วิธีใช้ GTO ในการเล่นจริง

บทความนี้เกิดขึ้นจากคำถามมากมายเกี่ยวกับการนำ GTO ไปใช้ในการเล่นจริง นอกจากนี้ บทความยังรวมถึงปัญหาที่ต้องการหาคำตอบว่า Solver นั่นเหมาะกับการศึกษาถึงแผนการเล่นในช่วง Pre-Flop และ Flop เท่านั้น และ มันลดความสำคัญลงในช่วง Turn และ River หรือไม่?

 

อะไรคือ GTO ?

และทำไมมันถึงมีประโยชน์ แค่ในช่วง Pre-Flop และFlop เท่านั้น ?

มันเป็นแผนการเล่นที่ขัดกับสัญชาตญาณ และการเล่นแบบ Optimal นั้นยังเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเมื่อคุณศึกษาอย่างไม่ถูกต้อง?

 

ความยุ่งยากซับซ้อนที่เกิดขึ้นนั้นมาจากข้อมูลอันใหญ่โตมหาศาลจากผลลัพธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากคุณได้ศึกษาถึง Game Trees (แผนผังภาพ) ที่สามารถใช้ในการอธิบายความซับซ้อนนี้ ที่เริ่มต้น โอกาสที่จะเป็นไปได้ที่จะได้รับไพ่ ในรอบ Pre-Flop 1,326 รูปแบบ , จำนวน 19,600 รูปแบบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ที่ Flop ,จำนวน 47 ความเป็นไปได้ที่ Turn ที่สามารถสร้างความเป็นไปได้ที่ River อีก จำนวน 46 รูปแบบ  หากนี่ยังคงไม่ได้ซับซ้อนเพียงพอ มันยังมีสถานการณ์การเล่นที่ มากกว่า 50 สถานการณ์ ให้จำลองการเล่น ยกตัวอย่าง เช่น BB vs BTN, SB vs CO, ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างของตัวแปรที่เราใช้ในการคำนวณ นั่นก็คือชิปหน้าตัก หรือ Stack size ซึ่งมีความจำเป็นมากในรูปแบบการเล่น Tournament และ ยังมีเกมในรูปแบบที่มีการลง Antes หรือ ไม่ลง รวมถึงกลยุทธ์ของขนาดในการ Bet หรือที่เรียกว่า Bet sizing และรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย

 

เพียงเท่านี้ความซับซ้อนของมันในการนำทุกอย่างมาคิดก็เกินกว่าที่สมองของคุณจะรับไหว

 

หรือเราจะพูดง่ายๆได้ว่า มันมีวิธีการเป็นล้านวิธีที่จะสามารถนำไปสู่ชัยชนะได้ แต่สมองของมนุษย์สามารถจดจำมาใช้ได้เพียงหยิบมือเท่านั้น แม้กระทั่งกลยุทธ์ของแผนการเล่นในรอบ Pre-Flop ก็มากมายเกินกว่าที่เราจะรับได้ หากต้องคิดคำนวณด้วยตัวเอง และโชคดีที่ ณ.ปัจจุบันวิทยาการคอมพิวเตอร์ และโป๊กเกอร์ได้มาบรรจบกันทำให้เกิดโปรแกรมช่วยคำนวณและจำลองสถานการณ์ต่างๆ ดังที่กล่าวมาให้คุณเลือกจดจำสถานการณ์ที่สามารถนำมาใช้ได้ในการเล่นจริง

 

กลับไปที่คำถามที่ว่า ทำไมมันถึงมีประโยชน์แค่ในช่วง Pre-Flop และ Flop เท่านั้น ? ซึ่งคงได้คำตอบว่าเป็นความจริง! แต่ไม่ใช่เพราะว่า GTO ไม่ดี แต่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่เหมือนกับการเลือกเส้นทาง หากคุณเลือกเส้นทางที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะทำให้เส้นทางที่คุณเดินทางไปจนถึงจุดหมายปลายทาง ก็จะมีแต่ความสะดวกปลอดภัย (หรือรวดเร็วหากเป็นการเดินทางจริง)



ดังนั้นการศึกษา GTO ที่มีความซับซ้อน และข้อมูลอันมหาศาลให้จดจำ (ถ้าเปิดโปรแกรมแล้วเล่นไปด้วยโดยไม่จำกัดเวลาต่อการตัดสินใจเราคงไม่ต้องจำ) จึงมุ่งไปที่การศึกษาจดจำในช่วงการเล่น Pre-Flop และ Flop ที่ข้อมูลในการเล่นมีเยอะมาก และการตัดสินใจที่ Turn หรือ River ก็สามารถ จดจำได้ง่าย หรือสามารถตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นแล้ว

 

เรามาลองทำความเข้าใจจากตัวอย่างกัน

ตัวอย่างรอบ Pre-Flop

เป็นการเล่นโป๊กเกอร์ 9 คน คุณมีประสบการณ์ในการเล่นโป๊กเกอร์มาสักระยะแล้ว

คุณได้รับแจกไพ่ QTo คุณกำลังคิดว่านี่เป็นไพ่ที่ค่อนข้างดีใช่ไหมที่จะนำไปเล่นที่ตำแหน่ง MP หรือ EP เพราะมันสามารถ เข้าไปติด Straight (เรียง) ได้

หลังจากที่เรานำข้อมูลจากโปรแกรมที่ใช้หลักการ Optimal มาคำนวณในการเล่นซ้ำๆ หลายๆ ล้านรอบ พบว่า QTo เป็นไพ่ไม่สามารถชนะ หรือทำกำไรให้กับคุณในระยะยาวจึงไม่ควรนำมา Open-Raise 

 

ตัวอย่างในรอบ Flop

มันมีข้อมูลของ Hands ใน Range ของผู้เล่นมากมายที่ต้องมาพิจารณาถึง Equity รวมไปถึง ผลของ Turn กับ River ที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจ และยังมีความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันของ SPR (stack-to-pot ratio) ที่ต้องทำความเข้าใจในการเลือก Action ว่าจะ Bet หรือ Check ดีกว่ากัน ที่มนุษย์ จะไม่สามารถมองทางเลือกและผลที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด

 

และเช่นเดิมหลังจากที่เรานำข้อมูลจากโปรแกรมที่ใช้หลักการ Optimal มาคำนวณในการเล่นซ้ำๆ หลายๆ ล้านรอบ ด้วยความเร็วมากกว่า 40 สถานการณ์ต่อวินาที และเพียงเวลาไม่กี่นาที โปรแกรมก็ทำการจำลองการเล่นทั้งหมดมากกว่า 10,000 รอบสำหรับไพ่ที่มีโอกาสเกิดขึ้นที่ Turn และ River ล่วงหน้า โปรแกรมจึงมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าหมดโดยมี Game Tree เป็นแผนที่ไว้แล้ว

 

ที่เราต้องทำคือจดจำและทำความเข้าใจถึงเหตุผลที่ Solver เลือกแผนการเล่นต่างๆ เหล่านั้น เพื่อนำมาปรับใช้

 

และนี่คือตัวอย่าง การเล่น ที่ Flop ที่สร้างความประหลาดใจถึงการเล่นที่โปรแกรมเลือกวิธีการเล่น หรือใช้กลยุทธ์เรามาทำความเข้าใจไปด้วยกัน
คุณที่ตำแหน่ง BTN ได้รับแจกไพ่  J♠ J♦จึงเลือกที่จะ Open-Raise ตามปกติเมื่อทุกคนหมอบหมดมาถึงคุณ มีผู้เล่นที่ตำแหน่ง Big-Blind คนเดียวที่ Call    

 

Flop เปิดออกมาเป็น 8♥ 5♥ 4♦  ผู้เล่นที่ตำแหน่ง Big-Blind -Check  คุณจะ?

ถึงตรงนี้ ขอเดาว่าคุณเลือกที่จะ C-bet ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเลือกเช่นกัน

 

ดังนั้นเราจะลองใช้โปรแกรมจำลองสถานการณ์ โดยใช้ Solver ช่วยโดยแสดง ตามรูปด้านล่าง

จะเห็นได้ว่า JJ โดยเฉพาะJ♠ J♦ นั้นแนะนำให้ check ถึง 59% เลยทีเดียว

ทำไม ?

 

คำตอบที่ได้คือ
J♠ J♦ ไม่ได้ต้องการ Protection มากเหมือน Hands ประเภท AK,AQ ที่ Solver แนะนำ ให้ C-bet มากกว่า หรือไพ่เช่น TT,99 ที่ต้องการ การ Protect

 

J♠ J♦ เป็นไพ่ที่ค่อนข้างยากที่จะสามารถ bet สร้าง Value ได้ทั้ง 3 street จากไพ่ที่จะเปิดที่ Turn และ River (เช่น A หรือ K ตก)

 

ทำไมการที่คุณ Raise หรือ C-Bet 100% จึงเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำ เนื่องจาก หากคู่ต่อสู้ของคุณ Call ได้ นั่นจะทำให้ Range ของคู่ต่อสู้จะมีความได้เปรียบคุณในกรณีที่ Turn เปิดไพ่หัวใจ หรือ 7,6,3,A,K,Q ซึ่งจะทำให้คุณเล่นได้ยากมากขึ้น

 

ทำไมมันถึงมีประโยชน์ น้อยลง ที่ Turn กับ River ?

 

ถ้าเราเลือกใช้หลักการ และเหตุผลเดิมข้างต้นจากหัวข้อที่ผ่านมาเหตุผลใดเราจึงสามารถพึ่งพาประสบการณ์ของเราได้มากขึ้น ?

 

คำตอบก็คือ

  • Range นั้นถูกบีบจนแคบลงมาก ที่จะทำให้คาดเดา Range ของคู่ต่อสู้ได้ใกล้เคียงกับความจริงมากขึ้น
  • Stack to Pot Ratio ก็ต่ำลง ทำให้ความซับซ้อนในการตัดสินใจลดลงตามไปด้วย

 

เมื่อถึงการเล่นที่ Turn มันก็ง่ายขึ้นมากจากการที่เหลือไพ่อีกเพียง 46 ใบ (หรือเพียง 2,162 คอมโบที่จะเกิดขึ้นได้ที่ Turn และ River) เรามาลองดูตัวอย่างการเล่น ที่ River ที่เราจำลองการเล่นโป๊กเกอร์ โดยให้คุณอยู่ที่ตำแหน่ง Big-Blind ที่ทำการ Defend กับผู้เล่นที่ตำแหน่ง UTG ที่ Open-Raise โดยเขานั้น ยิง โดยการ Raise ใส่คุณที่คุณ Check ทั้ง 3 Street (Flop-Turn-River) เมื่อไพ่ที่ บอร์ดคือ A♥ Q♠ T♠ 6♦ 8♠

เมื่อพิจารณา บอร์ดนี้กับ Action ของผู้เล่นที่ตำแหน่ง UTG เป็นการยากที่ผู้เล่นที่ตำแหน่งนี้จะ Bluff คุณ ด้วยไพ่ที่ไม่มีอะไร (เช่น 99,77,JJ) และเนื่องจากบนบอร์ดนี้ ไพ่ ที Semi Bluff ที่ Flop และ Turn ทั้งหมด Complete (J9,♠)  ยกเว้นผู้เล่นที่เป็นผู้เล่นในระดับสูงที่สามารถ วางแผนการเล่นล่วงหน้าทั้งหมด โดยมาประสบความสำเร็จ เนื่องจากการช่วยเหลือของไพ่ที่เปิดบนบอร์ดเข้าทางได้พอดี

และแน่นอน เมื่อเรานำโปรแกรม Solver มาทดลองการเล่น ใน Spot นี้ นั้นมี Hands ที่เลือกมา Balance การเล่น ด้วยการ Bluff เหลืออยู่ใน Range ด้วยเช่นเดียวกันดังแสดงด้วยภาพด้านล่าง

จะเห็นได้ว่า Hands ในกรอบสีเหลือง ที่โปรแกรม เลือกนำมา Bluff นั้น สำหรับการเล่นปกติของมนุษย์ แทบจะไม่นำมาเล่น (Bluff) เลย

สำหรับคำแนะนำที่ Solver แนะนำ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง UTG ก็คือ

  • Balance การเล่น ด้วยการ Bet 40% และ Check 60%
  • Value Bet ด้วย Flush ,Straight และ Set ในบางตัว
  • Bluff ด้วยความถี่ กระจายออกไปในไพ่ KTs ,JTs,T9s,99,77 และ 55

จากตัวอย่างข้างต้นทำให้เราเห็น Solver ได้ทำการจำลองการเล่น โดยการสร้าง Game Trees ทั้งหมด จนถึง River ด้วยความน่าจะเป็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (รวมถึงไพ่ที่จะนำมา Bluff เพื่อสร้างกำไร) ซึ่งคุณสามารถ เห็นได้ว่า โปรแกรมเลือก Bet สูงสำหรับไพ่ 55,77,99  และ KTs ,JTs,T9s ที่ติด Bottom pairs ที่ Flop ด้วยความถี่ที่สุ่มขึ้นมา

 

นั่นหมายความว่าในกรณีที่คุณเล่นกับ โปรแกรม Solver คุณควรมี Bluff Catcher หรือ จับบลัฟ รวมอยู่ในกลยุทธ์ สำหรับการเล่นบนบอร์ดนี้รวมอยู่ด้วย แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับการเล่นกับคนจริงๆ คำแนะนำก็คือให้หมอบไพ่ของคุณเสียดีกว่า

 

ด้วยความเป็นมนุษย์การเล่น และเข้าใจโป๊กเกอร์ตามโปรแกรมSolver จนถึง River ด้วยไพ่ที่สามารถ ฺBluff ได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ นั่นหมายความว่า เราควรจดจำเฉพาะหลักการ และนำไปปรับใช้โดยเฉพาะการเล่นใน Early Street (Pre-Flop,Flop) โดยนำเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ไปรวมในกลยุทธ์ของคุณก็พอ

 

ดังนั้นถึงตรงนี้คุณคงได้คำตอบสำหรับควรเลือก หรือหลีกเลี่ยงการนำ GTO ไปใช้ในการเล่นจริง  

คำตอบก็คือ

ไม่! เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่หรือคู่ต่อสู้ของคุณ ไม่ได้มีการนำการเล่นจาก การ Sim ด้วย โปรแกรม Solver มาใช้ในการเล่นของเขา ดังนั้นเราควรเลือกไม่สนใจ เกี่ยวกับ GTO เลยหรือ?

คำตอบก็คือสำหรับผู้เล่นทั่วไปคุณศึกษาเพื่อให้ทราบว่าเขานั้นเล่นโป๊กเกอร์ผิด หรือแตกต่าง จากจุดสมดุล หรือ Optimal เพียงใดเพื่อที่จะสามารถโจมตีในสิ่งที่เขานั้นผิดพลาดได้อย่างถูกต้อง หรือมองในอีกมุม นั่นหมายความว่าเมื่อคุณไม่ทราบว่าการเล่นที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร คุณก็ไม่สามารถมองเห็นและแก้ไขความผิดพลาดของตัวคุณได้นั่นเอง

 

Share to