7 เทคนิคสำหรับการแข่งขันโป๊กเกอร์

7 เทคนิคสำหรับการแข่งขันโป๊กเกอร์ (Tournament)

เทคนิคที่ 1: Steal บ่อยๆ แต่อย่าบ่อยเกินไป

ในทัวร์นาเมนต์ที่มี Ante เข้ามาเกี่ยวข้อง การ Raise เล็กๆ แค่ 2.25bb ต้องการเทคพอทเพียง ไม่ถึงครึ่ง ก็คุ้มแล้ว ยังไม่นับรวม Equity หลัง Flop อีก

ตัวอย่างเช่น โต๊ะ 9 คน Blinds 200/400 (Big Blind Ante 400) สแต็ก 40,000 คุณอยู่ที่ Button ถือ T♠5♠ แล้ว Raise ไป 900 — พอทมี 1,000 อยู่แล้ว คุณเสี่ยงแค่ 900 นั่นหมายความว่า Raise นี้ได้ผลแค่ 47% ก็กำไรทันที

โดยทั่วไป Small Blind มักเล่นกลับมาแค่ 20–30% ของมือ ที่เหลือก็ขึ้นกับ Big Blind ถ้า Big Blind เป็นคนเล่นแน่น คุณ Raise ได้กว้างมากแม้แต่กับมือที่ไม่แข็งแรงนัก

 

เทคนิคที่ 2: ป้องกัน Big Blind ให้บ่อยๆ

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในบทความนี้:

ในทัวร์นาเมนต์ คุณต้องป้องกัน Big Blind บ่อยกว่าที่คิดมาก

เหตุผลคือ Pot Odds ที่ได้รับนั้นดีมาก ตัวอย่างเช่น Blinds 200/400 (Ante 400) มีคนในตำแหน่งท้าย Raise มา 900 คุณต้องจ่ายแค่ 500 ชิป แต่หม้อมีอยู่แล้ว 1,900 ชิป คุณต้องการ Equity แค่ 20.8% เพื่อ Call อย่างคุ้มค่า — แม้แต่ 7♠2♦ ยังมี Equity ถึง 29.45% เลย

แนวทางปฏิบัติที่ดีคือ ป้องกันด้วยการ Call หรือ 3-Bet อย่างน้อย 40% ของ Range เมื่อเผชิญกับการ Open จากตำแหน่งท้าย และอย่าลืมว่า มือที่มี Playability หลัง Flop อย่าง 9♠7♠ หรือ Suited Hand ต่างๆ ล้วนเป็น Call ที่ดีทั้งนั้น

พอทหลายคน (Multi-Way): ถึงแม้ Pot Odds จะดีขึ้น แต่ควรเลือก Call กับมือที่ Connect กันได้ดี เช่น Suited Connector หรือ JTo ส่วนมือที่กระจัดกระจายอย่าง K♠5♦ ควรหลีกเลี่ยง

 

เทคนิคที่ 3: ระวัง 4-Bet Shove เมื่อสแต็ก 25–40bb

เมื่อสแต็กอยู่ในช่วงนี้ ควร 3-Bet Bluff ด้วยมือที่ แย่กว่ามือที่ควร Call เล็กน้อย เช่น K♠9♠, K♦J♠ หรือ A♦6♦ เพราะมือเหล่านี้มี Blocker ที่ดี และถ้าโดน 4-Bet All-in ก็สามารถ Fold ได้โดยไม่เจ็บปวดมาก

สิ่งสำคัญคือ อย่า 3-Bet ด้วยมือที่แข็งแกร่งกลางๆ อย่าง K♥Q♥ แล้วต้อง Fold ทิ้งเมื่อโดน 4-Bet เพราะนั่นคือการทิ้ง Equity จำนวนมากอย่างไม่คุ้มค่า มือแบบนี้ควร Call ตรงๆ จะดีกว่า

 

เทคนิคที่ 4: ดีปสแต็ก? 3-Bet แบบ Cash Game

เมื่อสแต็กใกล้ 100bb กลยุทธ์การ 3-Bet จะเปลี่ยนไปใกล้เคียงกับ Cash Game คือใช้ Linear Range หมายความว่า 3-Bet กับมือที่ดีที่สุดและมือที่ดีรองลงมา เช่น AA/KK/AKs/AQs, KQs/AQo/TT และ Suited Hand ที่ Playable อย่าง A5s, KTs, T9s

ข้อดีคือเมื่อโดน Call คุณก็มี Range ที่แข็งแกร่งและหลากหลายพอที่จะสู้ได้หลัง Flop และถ้าโดน 4-Bet ก็ยังมีมือที่ Continue ได้

 

เทคนิคที่ 5: อย่า C-Bet ทุกมือกับทุกคน

ยุคนี้ผู้เล่นฉลาดขึ้นมาก Check-Raise Bluff พบบ่อยกว่าแต่ก่อน ก่อนตัดสินใจ C-Bet ให้ถามตัวเองสี่คำถาม:

  • 1. Flop นี้ได้ประโยชน์กับ Range ของใครมากกว่า?
  • 2. ใครมีมือ Nutted (แข็งแกร่งที่สุด) บนบอร์ดนี้?
  • 3. คู่ต่อสู้จะคิดว่า Flop นี้ตรงกับ Range เราไหม?
  • 4. Range ของคู่ต่อสู้หน้าตาเป็นยังไง?
  • ตัวอย่าง: คุณ Raise UTG หม้อ Heads-Up กับ Big Blind, Flop มา T♥8♦6♠ — ในกรณีนี้ Big Blind ได้เปรียบ เพราะมีทั้ง Straight และ Two Pair ที่คุณไม่มี ดังนั้นควร Check Back มือแข็งๆ บางส่วน และ Bluff เฉพาะมือที่ยิงได้หลาย Street เช่น Q♦J♦
  •  

เทคนิคที่ 6: วางแผนสำหรับ Street ถัดไปล่วงหน้า

ก่อนทุกการตัดสินใจ ควรถามตัวเองสองคำถาม:

  • ถ้าคู่ต่อสู้ Raise กลับมา จะทำอะไร?
  • Turn ไพ่ไหนที่จะยิง Barrel ต่อ?

ตัวอย่าง: ถือ Q♥J♥ บน Flop T♥8♦6♣ ถ้าโดน Raise ก็พร้อม Fold แต่ถ้า Call — จะยิงต่อทุก Turn ที่เป็น Heart, Ace, King (Semi-Bluff) และ 9, Jack, Queen (Value) ส่วน Turn ที่เป็นไพ่ไม่เกี่ยวข้องเลยก็รับไพ่ฟรีไปก่อน

 

เทคนิคที่ 7: ฝึกเล่น Heads-Up ให้เก่ง

ในทัวร์นาเมนต์ทั่วไป ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลมากกว่าอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ทัวร์นาเมนต์ Buy-in $20 รางวัล $10,000 — อันดับ 1 ได้ ~$2,500 อันดับ 2 ได้ ~$1,500 ต่างกันถึง 50 Buy-in!

ดังนั้น การฝึก Heads-Up จึงคุ้มค่ามากกว่าที่คิด การเล่น Range กว้างๆ ให้เก่งยังช่วยในสถานการณ์อื่นๆ ด้วย เช่น การป้องกัน Big Blind ที่พูดถึงในเทคนิคที่ 2

 

สรุป

เทคนิคทั้ง 7 ข้อนี้ครอบคลุมหัวใจของการเล่นทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่การ Steal อย่างชาญฉลาด การป้องกัน Big Blind อย่างก้าวร้าว ไปจนถึงการวางแผนเกมหลาย Street ล่วงหน้า ที่สำคัญอย่าลืมว่า Variance ในทัวร์นาเมนต์สูงมาก จึงควรบริหาร Bankroll ให้ดีด้วยเสมอ

Share to