4 สถานการณ์ที่ต้องดุดันในเกมโป๊กเกอร์

ผู้เล่นโป๊กเกอร์มือใหม่แทบทุกคนมักมีกลยุทธ์ที่จะเล่นตามไพ่ที่ได้รับหรือที่เรามักเรียกว่า A-B-C Poker แบบพื้นฐาน

ดังนั้นหากคุณต้องการยกระดับการเล่นของคุณหรือต้องการสร้างกำไรสูงสุดให้กับการเล่นของคุณเมื่อพบกับผู้เล่นที่อ่อนแอกว่าคุณ บทความนี้จะช่วยแสดงให้เห็น ถึงจุดที่คุณสามารถนำความดุดันเพิ่มเข้ามาในการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณได้อย่างแน่นอน

 

สิ่งที่คุณควรมองหาเพื่อเพิ่มความดุดัน

  •  ค้นหาการเล่นในจุดที่คุณไม่คิด/เคย ที่จะลักไก่ (Bluff) เลย หรือเคยทำแต่น้อยมากๆ มองหาจุดนั้นแล้ว เพิ่มกลยุทธ์การลักไก่เข้าไปในการเล่นของคุณ
  • ควรมองหาโอกาสที่จะปรับเปลี่ยน Range ของไพ่ เพื่อโอกาส Bet หรือRaise ในสถานการณ์ต่างๆ ที่คุณไม่เคย bet หรือ raise ในการเล่นมาก่อน

 

อย่างไรก็ตามการที่จะมองหาจุดที่เหมาะสมในการเล่น ที่จะเพิ่มความดุดัน Aggressive ข้างต้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากคุณทำโดยที่ไม่ได้ผ่านการศึกษามาอย่างเพียงพอมันอาจกลายเป็น Over-bluff หรือลักไก่มากจนเกินไปในการเล่นของคุณ

 

ดังนั้นเราขอแนะนำ 4 สถานการณ์ ที่จะช่วยให้คุณเล่นได้อย่างถูกต้อง แตกต่างจากผู้เล่นทั่วไปทั้ง 4 สถานการณ์ประกอบด้วย

 

  • Probing ออกไปเมื่อถึงการเล่นที่ Turn
  • Raising เมื่อพบกับการ Continuation Bet ที่ Turn
  • Delayed c-betting
  • Check-raising ที่ Flop หลังจากที่แค่ Call 3-bet Preflop

 

เรามาสรุปทำความเข้าใจกับสถานการณ์ทั้ง 4 ข้อนี้อย่างละเอียด Let’s get started! มาเริ่มต้นกัน

 

Probing on the turn ออกไปเมื่อถึงการเล่นที่ Turn

Probe bet คือการเล่นโดยคุณที่อยู่ในตำแหน่ง out of position ได้ทำการ Bet ออกไปที่ Turn เมื่อคู่ต่อสู้ที่เป็นฝ่าย Aggressive ไม่ได้ C-bet ที่ Flop แต่กลับเลือกที่จะ check-back คุณ ดังนั้น เมื่อถึง Turn คุณจึง Lead ออกไปซึ่งเราเรียก Action นี้ว่า Probe bet (ถ้าทำเลยที่ Flop จะเรียก Donk)

 

คุณสามารถทำกำไรในจุดนี้ได้จากการที่คุณ Probe bet ด้วยการ ลักไก่(Bluff) ได้บ่อยเนื่องจากผู้เล่นโดยทั่วไปมักจะ check-back เมื่อเขาไม่ได้มีไพ่ที่แข็งแกร่ง หรือ ไม่ได้ติดอะไร ที่ Flop ดังนั้น Probe bet นั้นสามารถทำกำไรให้คุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้เล่นที่อ่อนแอ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการ Balance ไพ่ ใน Range ของเขา (ติดก็เล่นไม่ติดก็ check) แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะ probe ออกไปได้ทุกไพ่ที่คุณมีได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณไพ่คุณไม่ติดอะไรเลย เนื่องจากเหตุผล 2 ประการนี้

 

  • คุณเปิดโอกาสให้ถูก Exploited หรือ เปิดเผยจุดอ่อนให้โจมตีจากผู้เล่นที่มีประสบการณ์
  • คุณจะทำให้ตัวคุณเองเป็นฝ่าย Over bluff หรือ ลักไก่เกินขอบเขต ในบอร์ดที่เข้าทางฝ่ายตรงข้ามมากกว่า

 

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือคุณจะต้องอ่านทิศทางของไพ่บนบอร์ดที่เปิดออกมา เช่น ถ้าไพ่ที่เปิดออกมาเข้าทาง Range ของคุณ เช่น 8-6-5-3 หรือ T-9-5-4 ที่ช่วยให้คุณสามารถ Bluff กดดันให้ไพ่ในมือของคู่ต่อสู้ที่ไม่แข็งแกร่งพอใน Range ของเขาให้หมอบไปได้ ในส่วนมาก หรือ คุณอาจ Value bet เพื่อทำกำไรเล็กๆ ได้หากคุณพอมี Hands ที่ดี แต่หากบอร์ดเปิดออกมาเป็น J-9-4-A หรือ A-K-6-6 ที่ไม่ได้เข้าทาง Range ของคุณสักเท่าไหร่คุณก็ควรเลือกที่จะ Check มากกว่าที่จะเลือกที่ Probe bet ออกไป

 

Re-Raise กลับไปเมื่อฝ่ายตรงข้าม C-bet ที่ Turn

หลังจากที่คุณสามารถ call เล่นต่อได้ที่ flop โดยคุณได้เปรียบตำแหน่งในการเล่น คุณควร Re-raise ที่ Turn แม้จะทำได้ไม่บ่อยนักเนื่องจากไพ่ที่คุณมีนั้นโดยส่วนใหญ่ จะเป็นไพ่ที่แข็งแกร่ง ต่อเนื่องมาจากการเล่นที่ Flop

 

ตัวอย่าง

โต๊ะโป๊กเกอร์ 100NL แบบ 6-max ผู้เล่นมี 100BB

คุณได้รับแจกไพ่ 5♥ 5♦ ที่ตำแหน่ง ฺButton

ทุกคนหมอบหมดจนมาถึง ผู้เล่นที่ตำแหน่ง Hijack raises  2.5 ชิพ , CO หมอบ , คุณ call , ผู้เล่นที่ตำแหน่ง blinds หมอบ เป็นการเล่นกันแบบ Head-up

Flop pot 6.5 ชิพ ไพ่เปิดออกมา เป็น J♠ 8♣ 2♦

Hijack c-bets 2.75 ชิพ เกือบๆ ครึ่ง Pot คุณ calls.

ด้วยการ Call ที่ Flop นี้ด้วยคู่ 5 ค่อนข้างเป็นการ call ที่กว้างไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้แย่นักเมื่อพิจารณาว่าคุณได้เปรียบตำแหน่งในการเล่นและความคุ้มค่าที่ 3 ต่อ 1 odds ไปเล่นต่อที่ Turn

Turn pot 12 ชิพ  ไพ่เปิดออกมาเป็น 5♠

Hijack c-bets 7 ชิพ เกินครึ่ง pot มานิดหน่อย คุณจะทำอย่างไร?

คุณโชคดี Turn เปิดออกมาเป็นไพ่ที่ดีที่สุด ทำให้คุณมีโอกาสชนะสูง

ถึงตรงนี้คุณมีไพ่ ตอง 5 ที่สามารถจะเล่นต่อคุณจึง Re-raise มากกว่าที่จะ Call  และ พร้อมที่จะทำกำไรจากคู่ต่อสู้ให้มากที่สุดจาก Jx หรือ Over-pair โดยที่คุณต้องไม่ทิ้งการเล่นเพื่อ Balance Bluff ใน Range ไพ่ของคุณด้วย ไพ่ที่ดีในการ Bluff ได้แก่ไพ่ ประเภท Q♠ T♠ หรือT♠ 9♠ ที่มีโอกาสติด Flush ได้ที่ River

 

คุณสามารถนำหลักการเดียวกันนี้ไปใช้ในกรณีที่เกิดการ Check-Check ที่ Flop ได้ด้วย

 

A delayed c-bet  

คือการที่ผู้เล่นที่เป็นฝ่าย Aggressive ในการเล่นรอบ pre-flop โดยการ Raise แล้วผู้เล่นอีกฝ่าย Call เมื่อถึงรอบ Flop ผู้เล่นนั้นกลับเลือกที่จะ Check แล้วมา bet ที่ Turn แทน Action นี้เรียกว่า Delay c-bet

 

โดยปกติจะใช้ประโยชน์จากการ delay นี้เนื่องจากไพ่ที่คุณถือนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากพอที่จะ bet ออกไปได้ทั้ง flop-turn-river หรือที่เรียกกันว่า 3 street (หรือ อาจเรียกอีกอย่างว่าง่ายๆ ว่า pot control ) ตัวอย่างง่ายๆ ในการอธิบาย สถานการณ์นี้คือ คุณเป็นฝ่าย Raise เข้ามาเล่นด้วย Axs กลางๆ เมื่อ Flop เปิดมา มี A นั่นหมายถึงคุณมี Toppair แต่ Kicker ไม่แข็งแกร่งพอที่จะ Bet ออกไปได้ ทั้ง 3 street หรือ ในกรณีที่คุณมีไพ่ ที่แข็งแกร่งมากๆ และ ฝ่ายตรงข้ามคงยังไม่มีอะไรมากนักที่สามารถ Call คุณได้ (หรือ อาจเรียกสถานการณ์นี้ว่า Slow play) ตัวอย่างเช่นคุณ ถือ QQ บน Flop ที่เปิดออกมา เป็น Q-7-2

 

ดังนั้นการ Delay c-bet สามารถนำมาใช้ในการ Bluff ที่ดีมากๆ อีกด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่คุณมี Back door draw ที่ Flop แล้ว ที่ Turn ไพ่เปิดออกมาให้คุณสามารถ มีลุ้นติดไพ่ที่แข็งแกร่งได้ที่ River ดังนั้นการ delay c-bet ที่ turn ยกตัวอย่างเช่น คุณถือ K5 บน Flop J♠7♣6  คุณจึงเลือกเช็ค และพร้อมที่จะ Bet เมื่อไพ่ที่ Turn เปิดออกมาเป็นไพ่ที่ทำให้คุณสามารถ เล่นต่อได้ เช่น 9 8 4 3 หรือ ข้าวหลามตัด ตัวอย่างนี้แสดงให้คุณเห็นการเล่นจริงที่ผู้เล่นโป๊กเกอร์ควรมีในการ Balance การเล่น

 

มีกฏเล็กน้อยที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการเลือกเล่นไพ่ที่มี backdoor draw ใดที่จะ c-bet ที่ flop และแบบใดควรจะdelay c-bet

  • ควรเลือกที่จะ c-betting ที่ Flop ถ้าโอกาสลุ้น Backdoor ต่ำ เพื่อโอกาสชนะในรอบนี้เลย เช่นคุณถือ 6♠ 5♠ บน Flop A♠ K♥3♦
  • ควรเลือกที่จะ delay c-betting ด้วย ไพ่ที่สามารถ Call หากถูก Probe เช่น K♦5♦ ตามตัวอย่างในสถานการณ์จริง บางครั้งคุณอาจรู้สึกค่อนข้างไร้เหตุผลที่เลือก Hands บาง Hands มาเล่น โปรดอย่าใช้ Equity ในการตัดสินใจเพียงอย่างเดียวคุณอาจเริ่มพิจารณา จาก Blocker ที่คุณสามารถใช้ได้ แล้วเริ่มพิจารณาจากตรงนั้นได้

 

Check-raising ที่ Flop หลังจากที่แค่ Call 3-bet Preflop

ในบางโอกาสคุณเลือกที่จะ Call 3-bet เข้าไปเล่นในขณะที่เสียเปรียบเรื่องตำแหน่งโดยหวังว่าไพ่จะเข้าทางติดอะไรดีๆ ที่สามารถชนะคู่ต่อสู้เก็บชิพจากเขาจนหมดตัวเมื่อเขาติด Top pair หรือ มี Over pair และเมื่อโอกาสนั้นมาถึง ฝ่ายตรงข้าม C-bet ตามกลยุทธ์ ของเขา คุณมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ

 

  • Check-raise กลับไป และ พร้อมที่จะ Shove all-in ที่ turn
  • เลือกที่จะแค่ Call เพื่อจะทำกำไรจากไพ่ที่ดีของเขา และ ไพ่ที่ลักไก่ของเขาด้วย

 

ถ้าคุณเลือกทางเลือกแรก คุณจำเป็นที่จะต้องคิดถึง กลุ่มไพ่ที่คุณจะนำมาใช้ ลักไก่  check-raise ลองพิจารณาตัวอย่างด้านล่างนี้

ห้อง 0.5/1 เหรียญ ผู้เล่น 6-max มี ชิพ 100 เหรียญ

คุณอยู่ที่ตำแหน่ง Hijack ได้รับแจกไพ่ T♣ T♦

ทุกคน หมอบหมด จนมาถึงการเล่นของคุณ คุณจึงเลือกที่จะ Open raise 2.5 เหรียญ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง Cutoff 3-bet คุณกลับมาที่ 8.3 เหรียญ ผู้เล่นอื่นหมอบหมดจนมาถึงคุณที่เลือกจะ Call 

Flop มีขนาดของ Pot 17.5 ไพ่ที่เปิดออกมาคือ J♦T♠ 4♠

ขณะนี้คุณติด Set T เป็นการเล่นปกติที่คุณควรเลือกที่จะ checks คู่ต่อสู้ bets 10 ตามแผน ที่คุณข้อแรกคือจะ check-raise คุณจึง raises ไปที่ 32 เหรียญ

 

ขณะนี้ ไพ่ที่เป็น value ที่คุณมีได้ คือ TT, JJ และ JTs อย่างไรก็ตามดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าคุณควรคำนึงถึงไพ่ใน Range ของคุณที่จะสามารถนำมา Bluff ลักไก่ เพื่อ Balance การเล่นของคุณ ซึ่งได้แก่ไพ่ ในกลุ่ม Draws ต่างๆ ที่เป็น Semi-Bluff เช่น A♠ Q♠ และK♠ Q♠ รวมถึง A♠ K♠ และ 9♠ 8♠ กลุ่มไพ่ดังกล่าวเป็นไพ่ที่มี Equity สูงมาก

 

ยังมีไพ่ที่มีศักยภาพที่ดีเช่น KQs , AKo และ AQo ที่มีโพดำ 1 ใบ ที่สามารถเล่นได้และพร้อมที่จะ All-in ที่ Turn ตามกลยุทธ์หากไพ่ที่ Turn ตกมาเป็น โพดำอีกใบ

 

อย่า donk-lead ออกไปที่ Flop

จุดประสงค์ของบทความนี้ คือ การสนับสนุนให้ผู้เล่นหาจุดอ่อนของตัวเองและฝ่ายตรงข้ามโดยหาจุดที่สามารถแสดงความดุดัน Aggressive กดดันคู่ต่อสู้และชี้ให้เห็นถึงจุดที่ไม่ควรทำ

ยกตัวอย่างเช่น คุณไม่ควร Donk-lead หรือ Donk-bet ออกไป หลังจากที่คุณ Head-up กับฝ่ายตรงข้าม โดยเสียเปรียบเรื่องตำแหน่งการเล่น อีกทั้งคุณ เพียงแค่ Call เข้าไปเล่นในรอบ Pre-flop เท่านั้น เนื่องจาก Range ของฝ่ายตรงข้ามนั้นแข็งแกร่งกว่าคุณ จากการที่เขา raise หรือ 3-bet แล้วคุณแค่ Call ในรอบ Pre-flop ซึ่งการเล่นที่กล่าวมานั้นมีหมายความว่าไพ่ของคุณนั้นแข็งแกร่งมากจนสามารถชนะเขาได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น

 

การที่คุณ check-raise จะดูสมเหตุสมผลมากกว่าการ donk  ด้วย 3 เหตุผล

  1. โดยฝ่ายตรงข้ามจะ bet ออกมาด้วยไพ่ที่แข็งแกร่งของเขาซึ่งในกรณีนี้ คุณจะสามารถขยายเงินกองกลางหรือ Pot ให้ใหญ่ได้มากขึ้นอย่างมหาศาลด้วยการ check-raise มากกว่ามาก
  2. คุณเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม c-bet ออกมา แม้ว่า ไพ่ของเขานั้น อาจไม่มีอะไร หรือเปิดโอกาสให้เขาลักไก่นั่นเอง
  3. เพื่อปกป้อง check range ของคุณไม่ให้ถูกโจมตีได้ (เพราะการที่คุณ check ที่ Flop นั้นไม่ได้หมายความว่าไพ่คุณนั้นจะมีแต่ไพ่ที่อ่อนแอเท่านั้น)

 

มันจึงเป็นความผิดพลาดง่ายๆ จากผู้เล่นทั่วไปที่ทำเช่นนั้นเมื่อเขาติดไพ่ดีๆอะไรที่ Flop เพราะที่ฝ่ายตรงข้ามทำก็แค่หมอบไพ่ที่แย่ๆ ของเขาทิ้งไป เท่านั้น และจะ Callหรือ Raise เพื่อโจมตีคุณด้วยไพ่ที่ส่วนใหญ่จะชนะคุณ

 

สถานการณ์ 4 สถานการณ์ที่แนะนำไปนั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะเล่นอย่างรัดกุม หรือ Passive จนเกินไปนั่นเอง หวังว่าบทความนี้จะช่วยชี้ให้คุณเห็นว่าสถานการณ์ใดที่คุณเคยเล่นและข้ามรายละเอียดในการเล่นตรงจุดนั้นไป ลองทบทวนและนำไปใช้ในการแข่งขันโป๊กเกอร์ของคุณในครั้งต่อไป

Share to