5 สถานการณ์ที่การ C-Bet จะทำร้ายคุณเอง

5 สถานการณ์ที่การ C-Bet จะทำร้ายคุณเอง

การ C-bet คือหัวใจสำคัญของโป๊กเกอร์ที่ดี แข็งแรง และทำกำไรได้จริง ในหลาย ๆ สถานการณ์ การ C-bet บ่อย ๆ คือกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่ก็มีบางจุดที่การ C-bet มากเกินไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมยังเปิดช่องให้คุณโดน exploit เสียเงินจำนวนมากได้อีกด้วย

 

บทความนี้จะพาคุณไปดู 5 สถานการณ์สำคัญ ที่การ C-bet ไม่ใช่คำตอบที่ดี และบางครั้งการ “เบรกตัวเอง” กลับเป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่า โดยอ้างอิงจากผลลัพธ์เชิง GTO ที่ได้จาก Lucid Poker ซึ่งช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างเรนจ์ได้ชัดเจนมากขึ้น

 

สถานการณ์ที่ 1: Button vs Big Blind – Single-Raised Pot – บอร์ด 7♦ 6♦ 5♥

 

บอร์ดต่ำและเชื่อมต่อกันแบบนี้เข้าทาง Big Blind อย่างชัดเจน เพราะเรนจ์ที่เขา call มาจากพรีฟล็อปจะกระจุกตัวอยู่ในโซนไพ่กลาง ๆ ที่เชื่อมต่อกันได้ดี ในขณะที่มือแข็งที่สุดของเขามักจะเลือก 3-bet ตั้งแต่พรีฟล็อปไปแล้วเพื่อสร้างพอทใหญ่

 

ผลคือ Big Blind มีสัดส่วน two pair และมือแข็งมากกว่าคุณในตำแหน่งนี้มากพอที่จะสร้าง donk-bet range ได้จริง ซึ่งในซิมนี้ Big Blind donk ถึง 26% ของเวลา ด้วยไซซ์เล็ก 30% pot

 

เนื่องจากกลยุทธ์ C-bet ที่ดีต้องอาศัยทั้ง range advantage และ nut advantage เมื่อคุณขาดอย่างหลัง การ C-bet ถี่เกินไปจะกลายเป็นการยื่นเรนจ์ให้คู่แข่งลงโทษด้วยมือที่แข็งกว่าได้อย่างปลอดภัย มือที่โดนลงโทษหนักที่สุดในสถานการณ์นี้ไม่ใช่มืออ่อน แต่เป็นมือที่มี equity ดีและมี showdown value พอสมควร เช่น AQ, AJ, KQ, KJ เพราะมือเหล่านี้เล่นลำบากมากเมื่อโดน check-raise

 

Solver จึงเลือกเช็กด้วยเรนจ์จำนวนมาก และเพื่อไม่ให้เรนจ์เช็กอ่อนเกินไป มันยังใส่มือแข็งที่ไม่เปราะบาง เช่น overpair ตั้งแต่ AA ถึง JJ ลงไปในเรนจ์เช็กด้วย

 

สถานการณ์ที่ 2: Small Blind vs Big Blind – Single-Raised Pot – บอร์ด 8♦ 6♦ 4♠

 

ตรงนี้มีปัจจัยลบซ้อนกันถึงสามอย่าง ได้แก่ คุณเสีย nut advantage คุณเสียตำแหน่ง และคุณเล่นด้วย stack-to-pot ratio ที่สูงมาก เมื่อทั้งสามอย่างมารวมกัน กลยุทธ์ที่เหมาะสมจึงเป็นการเล่นแบบ conservative

 

Solver แนะนำให้เช็กถึงประมาณ 71% ของเรนจ์ เหตุผลคือถ้าคุณเบตมือแข็งบ่อยเกินไป แม้จะบาลานซ์ด้วยบลัฟอย่างถูกต้อง คุณจะเจอสองปัญหาใหญ่ หนึ่งคือคุณจะโดน raise บ่อยจากเรนจ์ที่แข็งกว่า ทำให้คู่แข่งรีด value จากมือที่ดีที่สุดของเขา และ deny equity จากบลัฟของคุณไปพร้อมกัน สองคือเรนจ์เช็กของคุณจะอ่อนมากจน Big Blind สามารถใช้ไซซ์ใหญ่ทั้งเพื่อ thin value และ bluff ได้ง่าย ส่งผลให้ EV รวมของเรนจ์เช็กลดลงอย่างรุนแรง

 

สถานการณ์ที่ 3: Button vs Lojack – 3-Bet Pot – บอร์ด A♠ 8♠ 7♥

 

ฟล็อป Ace-high มักจะเป็นฟล็อปที่ดีสำหรับผู้ 3-bet ในตำแหน่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควร C-bet บ่อยเสมอไป Solver แนะนำให้ C-bet เพียงประมาณ 55% ของเวลาในจุดนี้

 

เหตุผลหลักคือ top pair ของคุณแทบไม่เปราะบางต่อเรนจ์ที่ Lojack จะหมอบอยู่แล้ว ทำให้แรงจูงใจในการเบตเพื่อ protection ลดลง นอกจากนี้คุณยังมีมือกลาง ๆ จำนวนมาก เช่น KK ถึง 99 ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ way-ahead/way-behind คือแพ้หนักกับมือที่แข็งกว่า และก็ไม่ค่อยได้ value จากมือที่อ่อนกว่าที่จะหมอบง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งคุณอยู่ในตำแหน่ง สามารถดูการ์ดเทิร์นฟรีได้ และ SPR ที่ต่ำก็ทำให้การอัดสแต็กไม่ใช่เรื่องยากแม้จะเช็กฟล็อปก็ตาม

 

สถานการณ์ที่ 4: Big Blind vs Button – 3-Bet Pot – บอร์ด 9♥ 8♥ 5♠

 

นี่คือการกลับมาของบอร์ดต่ำที่เชื่อมต่อกันอีกครั้ง ในฐานะ Big Blind ที่ 3-bet คุณมีเรนจ์ที่หนักไปทาง broadway ในขณะที่เรนจ์ call 3-bet ของ Button จะเต็มไปด้วยไพ่กลางมากกว่า เพราะมือบนสุดมักจะเลือก 4-bet ไปแล้ว

 

บนบอร์ดนี้ เรนจ์ของ Button มี two pair หรือดีกว่ามากกว่าคุณอย่างชัดเจน ทำให้ nut distribution เอียงไปทางเขา เมื่อรวมกับการที่คุณอยู่นอกตำแหน่ง การ C-bet แบบอัตโนมัติจะถูกลงโทษได้ง่าย กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการรัดเรนจ์และปกป้อง equity ของมือ overcard อย่าง AK, AQ, AJ, KQ, KJ ซึ่งมักมี six clean outs ที่สามารถพลิกกลับมาชนะได้

 

Solver จึงเลือกให้มือเหล่านี้เช็กเพื่อดูเทิร์นฟรี และยังเช็กด้วย two pair ขึ้นไปแทบทั้งหมด รวมถึง AA เป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับ KK และ QQ บางส่วน เพื่อไม่ให้ Button สามารถ stab ใส่เรนจ์เช็กได้โดยไม่มีความเสี่ยง

 

สถานการณ์ที่ 5: Cutoff vs Button – 4-Bet Pot – บอร์ด A♣ T♦ 6♦

 

แม้จะเป็นฟล็อป Ace-high อีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่จุดที่ควรเล่นเกมรุกหนัก เหตุผลคล้ายกับสถานการณ์ที่ 3 คือแม้คุณจะมี nut advantage แต่ top pair ของคุณก็ไม่เปราะบาง และคุณมีมือจำนวนมากที่อยู่ในโซน way-ahead/way-behind เช่น JJ ถึง KK

 

SPR ที่ต่ำมากยังทำให้คุณสามารถอัดสแต็กได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มปั้นพอทตั้งแต่ฟล็อป แม้แต่มือระดับ AA หรือ TT ก็ไม่ได้จำเป็นต้องเบตทันที การปล่อยให้คู่แข่ง improve เป็น set ที่ด้อยกว่าอย่าง 99 หรือ 88 ยังถือเป็นแนวคิดที่สมเหตุสมผลในเชิง GTO ด้วยซ้ำ

 

การเล่นลักษณะนี้สร้างสนามทุ่นระเบิดให้คู่แข่ง การ thin value-bet กลายเป็นเรื่องอันตราย เพราะเรนจ์เช็กของคุณไม่ได้มีแค่ KK หรือมืออ่อน แต่ยังมี AA, TT และฟลัชดรอว์จำนวนมากที่สามารถแซงเขาได้ในเทิร์นหรือริเวอร์

 

สรุป

ทั้งห้าสถานการณ์นี้คือจุดที่การ C-bet แบบไม่คิดหน้าคิดหลังจะทำร้ายคุณมากกว่าช่วย แม้จะไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด แต่เมื่อรวมกันแล้วมันส่งผลต่อ winrate โดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าใจว่าบอร์ดแบบไหนควร C-bet ถี่ และบอร์ดแบบไหนควรชะลอเกม จะทำให้ผลลัพธ์ระยะยาวของคุณดีขึ้นอย่างชัดเจน

 

เล่นให้คมบนโต๊ะ และศึกษานอกโต๊ะให้ลึก แล้วคุณจะเริ่มเห็นว่า “การไม่ C-bet” ในบางจุด คืออาวุธที่ทรงพลังไม่แพ้การยิงต่อเลย

Share to