การที่คุณมีเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเล่นโป๊กเกอร์นั่นคือวิธีที่จะช่วยพัฒนาการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
ลองคิดดูว่าหากเพื่อนของคุณคือผู้เล่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการเล่นโป๊กเกอร์ในระดับโลก และยังเป็นเชี่ยวชาญด้าน Game Theory อีกด้วย การได้รับคำแนะนำจากเขานั้นจะทำให้คุณพัฒนาการเล่นได้มากขึ้นขนาดไหน?
ซึ่งบทความนี้เราได้นำคำแนะนำของผู้เล่นในระดับโลกมาวิเคราะห์การเล่นทั้งหมด 5 Hands โดยสิ่งที่คุณจะได้รับก็คือวิธีคิดอย่างละเอียด และ เหตุผลในการตัดสินใจของเขา เหมือนว่าคุณมีผู้เล่นระดับโลกมาแนะนำคุณส่วนตัวเลยทีเดียว
Hand 1 เมื่อคุณถือ Top-Pair Top-Kicker แล้วถูก Over-Bet
สำหรับ Hand แรกก็โดนเลย เป็นการวิเคราะห์จากสถานการณ์ที่ถูกกดดันจากการ Over-Bet
ที่ห้อง 0.25/0.5 ผู้เล่น 6 คน คุณมี ชิป 53 อยู่ที่ตำแหน่ง SB ได้รับแจกไพ่ A♥Q♠ ทุกคนหมอบหมด มาถึงคุณ เหลือผู้เล่นที่ตำแหน่ง BB อีกคนเดียว ดังนั้นคุณจึงตัดสินใจ Raise (แน่นอน AQ ใหญ่มากในสถานการณ์นี้) ที่ 1.25 หรือ 2.5x ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BB เลือกที่จะแค่ Call
ขณะนี้ Pot 2.5 Flop เปิดออกมาเป็น 9♠ Q♦ 4♦
คุณที่เสียเปรียบตำแหน่งแต่เป็นฝ่าย Aggressive ทำการ C-bet (ตอนนี้คุณติด TP-TK) 1.78 แต่ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BB ไม่เลือกที่จะแค่ Call เขา Raise คุณไปที่ 5.04 คุณเลือกที่จะ Call
ขณะนี้ Pot 12.58 Turn เปิดออกมาเป็น 5♠
คุณเลือกChecks และ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BB bets $8.97 คุณยังคง Call
ที่ River Pot: 30.52 ไพ่ที่เปิดออกมาเป็น 5♥
คุณเลือกที่จะ Checks อีกครั้ง คู่ต่อสู้ที่ตำแหน่ง BB Over-Bet ที่ 38.03 คุณเลือกที่จะทำอย่างไร?
อย่างไรก็ตามมีข้อมูลของผู้เล่นให้คุณใช้ตัดสินใจดังนี้ VPIP: 25% PFR: 18% 3-bet: 9% Fold to 3-bet: 60% Fold to steal: ~70%
จาก HUD คู่ต่อสู้คนนี้เป็นผู้เล่นที่ Aggressive มีค่า PFR และ 3-bet เป็นตัวบ่งชี้ได้ ไม่มีจุดอ่อนใดๆ ในค่าต่างๆ เหล่านี้
คำแนะนำในกระบวนการคิดคือ
ประการแรกที่ใช้ประกอบการตัดสินใจคือผู้เล่นคนนี้มีทักษะ และการเล่นแบบ Balance ซึ่งเราควรที่จะ Call ตามความถี่ หรือที่เรียกว่า Minimum Defending Frequency (MDF) ซึ่งความถี่ที่กำลังกล่าวถึงนี้ จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินใจไม่ให้คู่ต่อสู้สามารถทำกำไรจากการ Bluff ด้วยไพ่อะไรก็ได้ที่ River เมื่อเปิดไพ่ออกมาไม่เกี่ยวข้องกับไพ่ก่อนหน้านั้น โดยเราสามารถใช้วิธีที่จะคำนวณหาค่าได้จากสูตรดังต่อไปนี้
(pot-size / (bet-size + pot-size)) x 100 (เพื่อให้ค่าที่ได้ออกมาเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์)
เมื่อพิจารณาจากการ Over-Bet ค่า MDF ที่สามารถคำนวณออกมาได้จะอยู่ที่ 44.5% ซึ่งหมายความว่า คุณควรที่จะ Call ด้วย AQ ของคุณเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี หรือ Exploit คุณด้วยความถี่ 44.5% เป็นอย่างน้อย ซึ่งตรงกันข้ามหากเราต้องเล่นกับผู้เล่นที่ไม่ได้มีการ เล่นที่ Balance การเล่นของเขา โดยการ Bluff เราจึงต้องพิจารณาที่จะลดการเล่นที่อ้างอิง MDF ด้วยเช่นกัน โดยหมอบ เพิ่มขึ้นจากค่านี้ อาจจะที่ 50% ขึ้นไปได้
ต่อไปคุณควรเริ่มที่จะคิดถึง Range ของคุณ และพิจารณาว่า มีไพ่ส่วนไหน หรือ อะไรบ้างในนั้นที่คุณจำเป็นต้องเลือกมา Call ในกรณีนี้บ้าง ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมานี้ เรามีตัวเลือกในการใช้ Hand ที่สามารถ Block ไพ่ที่คู่ต่อสู้มีโอกาสนำมาเล่นได้ดังนี้
- ไพ่นี้จะไป Block ไพ่ที่ดีของคู่ต่อสู้ และ ไม่ไปมีส่วนที่จะ Block ไพ่ที่เขาจะนำมาใช้ Bluff เพิ่มโอกาสให้การ Call นี้เป็นกำไร
- ถ้าไพ่นี้ไม่ได้ไป Block ไพ่ที่ดีของคู่ต่อสู้ หรือ Value ของเขา และยังไป Block ไพ่ที่มีโอกาสนำมา bluff ควรเลือกที่จะหมอบ
ซึ่งจากตัวอย่างที่นำมาใช้ในการศึกษาจะเห็นได้ว่าเป็นการเล่นระหว่าง ผู้เล่นที่ตำแหน่ง SB vs BB หรือที่เรียกกันว่า Blind vs Blind ในการเล่นแบบ Single-Raise-Pot คือ มีการเปิด Open-Raise และ อีกฝ่ายทำการ Call จากตัวแปรดังกล่าวข้างต้นกล่าวได้ว่า AQ (Top pair, Top Kicker) นั้นมีความแข็งแกร่งมากพอสำหรับ Range ของคุณที่สามารถนำไปใช้ Call ได้
ซึ่งเมื่อพิจารณาในด้าน Blocker ในหัวข้อที่ผ่านมาจะพบว่า
- ในด้าน Value ไพ่ของคุณ นั้นได้ Block ไพ่ที่คู่ต่อสู้อาจนำมาเล่นได้เช่น Q9-QA ที่จะนำมาเล่นด้วยวิธีการเล่นดังกล่าวข้างต้น
- A♥Q♠ ไม่ได้ไป Block ไพ่ประเภท Flush-Draw ที่คู่ต่อสู้เลือกที่จะนำมา Semi-Bluff และ Bluff ต่อเนื่องที่ River โดยหวังจะโจมตีให้คุณหมอบ
- และ ไพ่ AQ ของคุณก็ยังไม่ได้ไป Block ไพ่ที่มีโอกาสนำมาเล่นแล้ว ลุ้น Straight อย่างเช่น JT ,KT และ KJ อีกด้วย
ซึ่งไพ่ประเภท Draws ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นไพ่ที่อาจจะนำมาใช้ Bluff ได้ในกรณีที่ River เปิดออกมาทำให้เขาไม่ติดอะไร และด้วย Blocker ที่เราวิเคราะห์มา นั่นยิ่งทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่ฝ่ายตรงข้ามจะมี และนำมาเล่นด้วยกลยุทธ์นี้
สำหรับคำแนะนำ ในหัวข้อนี้ ก็คือ คุณเรียนรู้เรื่อง MDF หรือ ความถี่ที่คุณควรเลือกที่จะ Call จาก Bet-Size แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรยึดติดอยู่กับการเล่นด้วยวิธีนี้ โดยไม่พิจารณารายละเอียดด้านอื่นประกอบด้วย ใช้ MDF เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้กับคุณ
Hand 2 Raise เพื่อลักไก่ด้วยไพ่ที่เป็น Nut-Flush Blocker
มาถึง Hand ที่ 2 ที่ผู้เล่นเลือกที่จะ เปลี่ยนจาก No-Showdown ไปเป็น Bluff ด้วย Blocker
ที่ห้อง 0.05/0.1 ผู้เล่น 6 คน คุณมี ชิป 18.1 อยู่ที่ตำแหน่ง Button ได้รับแจกไพ่ A♥9♣ ทุกคนหมอบหมดมาถึงคุณ จึงเลือกที่จะ Open Raise ไปที่ x3 คือ 0.3 ผู้เล่นที่ตำแหน่ง SB Call
Flop มีชิปกองกลาง 0.70 ไพ่ที่เปิดออกมาเป็น 9♦ 3♥ 4♥
ผู้เล่นที่ตำแหน่ง SB checks คุณเลือกที่จะ bets 0.47 คู่ต่อสู้ กลับ Raise ไปที่ 1 คุณตัดสินใจCall
Turn มีชิปกองกลาง 2.70 เปิดออกเป็น K♥
SB bet 1.30 คุณยังเลือกที่จะCall
River ชิปกองกลาง 5.30 เปิดออกมาเป็น T♠
SB bet 2 คุณเลือกที่จะ Over-Bet ไปที่ 6.05 คู่ต่อสู้ หมอบ
คำถามคือการเล่นนี้เป็นการเล่นที่ถูกต้องหรือไม่ หวือหวาไปรึเปล่า?
คำแนะนำของมืออาชีพในกระบวนการคิดคือ
ในฐานะผู้เล่น การเปลี่ยนจาก Hands กลางๆ มาเป็น Bluff นั้นดูเป็นการสมเหตุสมผลจาก Blocker ที่เป็น Nut Flush อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ใช้ขนาด Bet-Size ที่ใหญ่หรือมากกว่านี้ ที่ River
ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงจุดนี้ให้ดีๆ ด้วยขนาด Bet-Size ที่คุณใช้คือ 4.05 นั้นเป็นการให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่คู่ต่อสู้เมื่อเขาอาจเสี่ยง 4.05 เพื่อชนะชิปกองกลางที่ 13.35 นั่นหมายความว่า เขาต้องการไพ่ที่ดีใน Rangeที่มีโอกาสชนะ ประมาณ 23% ของเขามา Callเพื่อให้เป็นการเล่นที่เกิดกำไร ซึ่ง เมื่อใช้ขนาดที่ใหญ่ตามคำแนะนำด้วย Nut Flush Blocker คุณสามารถสร้างโอกาสให้เขาหมอบ หรือFold-Equity และยังสร้างโอกาสที่จะได้ Valueสูงสุดในกรณีที่คุณติด One Card Flush ในโอกาสหน้า
Hand ที่ 3 — เพื่อจะ Bluff All-In หรือไม่
มาถึง Hand ที่ 3 กับการตัดสินใจที่จะ All-in เลยหรือไม่
ที่ห้อง 0.25/0.5 ผู้เล่น 6 คน คุณมี ชิป 51.5 อยู่ที่ตำแหน่ง Button ได้รับแจกไพ่ 9♦ 5♦ ทุกคนหมอบหมดมาถึงคุณจึงเลือกที่จะ Open Raise ไปที่ x3 คือ 0.3 ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BB Call
Flop มีชิปกองกลาง 2.51 ไพ่ที่เปิดออกมาเป็น Q♠7♣9♣
ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BB check คุณเลือกที่จะ Check Back ด้วยไพ่ Middle Pair ไม่อยากที่จะทำให้ Pot ใหญ่
Turn มีชิป 2.51 ไพ่ที่เปิดคือ 8♥
BB check ครายนี้คุณเลือกที่จะ Bet ที่ 1.65 แต่ BB กับ Check-Raises ไปที่ 5.50 คุณเลือกที่จะCall
River มีชิป 13.51 ไพ่ที่เปิดคือ 3♥
BB bet 11.50 คุณเลือกที่จะทำอย่างไร?
คุณคิดที่จะ All-in เป็นความคิดที่ดีหรือไม่ ?
คำแนะนำของมืออาชีพในกระบวนการคิดคือ
เป็นความคิดที่่ไม่ควรทำสิ่งที่คุณควรทำคือคิดถึงไพ่ 2 กลุ่ม นั่นคือ ไพ่ในกลุ่มใดที่คุณมี แล้วเลือกที่จะ All-In ที่ River เพื่อ Value และไพ่ใดบ้างที่คุณจะเลือกนำมา Bluff
จากไพ่บนบอร์ด ไพ่ที่คุณมีและเลือกที่จะ All-in จะเป็นไพ่ JT และ 56 นั่นหมายความว่าไพ่ที่คุณเลือกจะนำมา Bluff ลักไก่นั้นจะประกอบไปด้วย Hands ที่มี T หรือ 6 เป็นส่วนประกอบที่เป็นไพ่ที่จะไป Block โอกาสที่คู่ต่อสู้ของคุณจะมีได้นั่นเอง
และการเล่นที่ Turn ที่คุณควรเลือกที่จะ Check มากกว่าที่จะ Raise แบบนั้น ด้วยไพ่ 9♦ 5♦ ของคุณยังมีโอกาสชนะไพ่หลายๆ Hand ของคู่ต่อสู้ เมื่อถึง Showdown ประกอบกับโอกาสที่จะติด Straight (แม้จะเป็นStraight ที่อ่อนแอมากก็ตาม) การที่คุณ ฺBet ออกไปเพื่อ Value ด้วย คู่ 9 นั้นไม่ค่อยสมเหตุสมผล และยังไม่ได้ประโยชน์อะไรเนื่องจากไพ่แย่ๆ ก็คงเลือกที่จะหมอบไปหมดเสียมากกว่าที่จะ Call และเหนือสิ่งอื่นใดนั้นจะทำให้สถานการณ์ในการเล่นนั้นง่ายขึ้นมาก แต่เมื่อคุณ Raise แล้วถูก Check-Raise ทำให้สถานการณ์ในการเล่นการตัดสินใจนั้นยากมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการเลือก Check-Back นั้นให้ประโยชน์ได้มากกว่าเพื่อให้คุณเสียชิปให้น้อยที่สุดจนไปถึง Showdown
Hand 4 — ไพ่คู่กลาง กับการถูกProbe และ โดน Raise ที่ River
มาถึง Hand ที่ 4 กับการตัดสินใจที่จะ All-in เลยหรือไม่
ที่ห้อง 5/10 ผู้เล่น 6 คน คุณมี ชิป 1000 อยู่ที่ตำแหน่ง CO ได้รับแจกไพ่ Q♣ 7♣ ทุกคนหมอบหมดมาถึงคุณจึงเลือกที่จะ Open Raise ไปที่ 35 ผู้เล่นที่ตำแหน่ง SB Call
Flop มีชิปกองกลาง 80 ไพ่ที่เปิดออกมาเป็น A♠Q♥4♦
SB check คุณเลือกที่จะ Check
Turn ชิปกองกลาง 80 ไพ่เปิดออกมาเป็น 5♠
SB bet 55 คุณเลือกที่จะ Call
River ชิปกองกลาง 190 ไพ่เปิดออกมาเป็น 9♥
SB bet 90 คุณจะทำอย่างไร?
คำแนะนำของมืออาชีพในกระบวนการคิดคือ
เป็นจุดที่อาจจะต้อง Call และหากเลือกที่จะหมอบ ก็ ไม่ได้เสียหาย
สำหรับเหตุผลในมุมมองส่วนของทฤษฎีเกม ผู้เล่นที่ตำแหน่ง SB ที่มี Range เลือกจะ Flat Call อยู่ที่ตำแหน่ง OOP จากการ Open-Raiseใหญ่ถึง 3.5 เท่าของ Big-Blind ทำให้การกำหนดทิศทางของคู่ต่อสู้จึงค่อนข้างลำบาก มันขึ้นอยู่กับข้อมูลของคู่ต่อสู้ที่คุณสามารถวิเคราะห์ได้ เช่น เขามักจะ Bluff บ่อยมากขนาดไหน แต่อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการช่วยตัดสินใจให้คุณได้
เมื่อคู่ต่อสู้เป็นผู้เล่นประเภท Loose คำแนะนำคือให้เลือก Call จาก ขนาดที่ค่อนข้างเล็กและ Hand ที่คุณถือนั้นไม่ได้ไป Block Draw ที่เขาพลาด เช่น Flush-Draw
เมื่อคู่ต่อสู้เป็นผู้เล่นประเภท Tight ขอให้คุณเลือกที่จะ Fold เลือกที่จะ Call ด้วยไพ่ ใน Range ที่แข็งแกร่งของคุณยกตัวอย่างเช่น Ax น่าจะดีกว่า
Hand 5 —สุดท้าย ด้วย การเลือกที่จะ Bluff All-in นอกแผน
มาถึง Hand ที่ 5 ถึงเวลาที่จะเล่นนอกแผน?
ที่ห้อง 0.25/0.50 ผู้เล่น 4 คน คุณมี ชิป 51 อยู่ที่ตำแหน่ง SB ได้รับแจกไพ่ K♣J♥ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BTN open ที่ 1.25 คุณจึง 3-ฺBet ไปที่ 4.5 BBหมอบ คู่ต่อสู้ที่่ BTN Call
Flop มีชิปกองกลาง 9.5 ไพ่ที่เปิดออกมาเป็น 2♣ 3♠ 9♥
คุณเลือกที่จะ Check คู่ต่อสู้ Check-Back กลับมา
Turn มีชิปกองกลาง 9.50 ไพ่เปิดออกมาเป็น Q♣
คุณเลือกที่จะ Bet 5.50 คู่ต่อสู้ Call
River มีชิปกองกลาง 20.50 ไพ่เปิดออกมาเป็น 8♣
คุณเลือกที่จะ Check ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BTN ยิงออกมาที่ 14 คุณเลือกที่จะ Raise All-in กลับไปที่ 6.50
คำถามคือเป็นการเล่นที่ดุดันมากเกินไปหรือไม่
คำแนะนำของมืออาชีพในกระบวนการคิดคือ
สำหรับการเล่นที่บอร์ดนี้ ผมคงจะเลือก C-bet ที่ Flop โดยส่วนมาก ,ฺBet ต่อที่ Turn และ River
เรามีโอกาสที่จะชนะน้อยมากที่ Flop ดังนั้นแผนการก็คือ การ Bet เพื่อหวังว่าจะมีไพ่ที่ดีออกมาให้เราได้เล่นต่อเช่น Q, K ,T หรือ ไพ่ดอกจิก ส่วนขนาดของ Bet-Size ก็จะใช้ขนาดที่เล็ก โดยประมาณ 1/3 Pot และเพิ่มขนาดขึ้นที่ Turn เพื่อที่จะรองรับการ All-in ได้เมื่อไพ่ที่เข้าทาองของเรา ออกที่ River
ทีนี้ลองมามองการเลือกไพ่ที่จะนำมา Bluff ดูบ้าง สำหรับ K♣J♥ ก็มองดูสมเหตุสมผล ด้วยไพ่ของคุณ Block ไพ่ที่เป็น Nut Straight อย่างเช่น JT และ block ไพ่ Flush ด้วย K♣ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์หลักของ Hand นี้คือ หวังที่จะ ไปเล่นด้วยไพ่ที่ดี เมื่อถึง River
ด้วยไพ่ Flush, JT หรือ 99 ที่ Block ไพ่ในมือของคู่ต่อสู้ของคุณ การเล่นที่ River ด้วยการ Raise ยังเป็นการ Balance การเล่นและ ยังดูสมเหตุสมผลมากกว่า การ Check-Raise (มีไพ่ดีๆ ก็คง Raise เพื่อ Value มากกว่าจะลุ้น ว่าคู่ต่อสู้จะ Raise หรือไม่) ซึ่งจะทำให้ไพ่ของคู่ต่อสู้ ที่ถือ Qx อาจเลือกที่จะ Call การเล่นของคุณในครั้งนี้ได้
สรุปสุดท้าย
การเปิดใจรับคำวิจารณ์ การเล่น ด้วยการแชร์ Hands ที่คุณได้เล่น กับผู้อื่นไม่ใช่เรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด และควรทำเป็นนิสัยถ้าคุณต้องการปรับปรุงเกมการเล่นโป๊กเกอร์ของคุณ การที่คุณได้รับมุมมองใหม่ๆ จากผู้อื่นโดยเฉพาะ เขาเหล่านั้นเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จในการเล่นโป๊กเกอร์นั้นยิ่งมีค่ามาก











