กลยุทธ์ช่วง Bubble ทำอย่างไรให้ ITM

กลยุทธ์ช่วง Bubble ทำอย่างไรให้ ITM

จะไม่พังบน Bubble ได้อย่างไร

ยินดีด้วย! คุณผ่านมาได้ไกลในทัวร์นาเมนต์ เอาชีวิตรอดจากดักระเบิด ลอดกับดักหมี และปีนขึ้นไปติดท็อปชิปสแต็ก ตอนนี้เหลือผู้เล่น 100 คน และมี 99 คนที่จะได้เงินกลับบ้าน

แต่แล้ว… คุณคอลด้วย 87 suited ติดดรอว์ใหญ่ใส่ชิปลีดเดอร์ และตกรอบที่ อันดับ 100 กลายเป็น Bubble Boy ได้เงินกลับบ้าน 0 บาท

นี่แหละคือ “Bubble” – จุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่หลายคนกลัว และก็เป็นจุดที่ “มือโปร” ใช้มันสร้างโอกาสในการคว้าแชมป์

 

Bubble ไม่ใช่แค่ด่าน “เงินติดไม้ติดมือ”

สำหรับผู้เล่นใหม่ Bubble อาจเป็นช่วงเวลาแห่งความกดดัน เพราะถ้าพลาดก็กลับบ้านมือเปล่า แถมต้องเล่าให้เพื่อนฟังว่า “ได้ศูนย์”

แต่สำหรับโปร Bubble คือจังหวะ สร้างความได้เปรียบ ถ้าคิดว่าทัวร์นาเมนต์ตัดสินกันแค่ที่ Final Table คุณคิดผิด—จริงอยู่ คุณต้องเล่นดีในรอบนั้นเพื่อชนะ แต่รากฐานของการชนะจริง ๆ มักเริ่มที่ Bubble

Bubble ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวในทัวร์นาเมนต์นะ ยังมี Bubble อื่น ๆ เช่น

  • การผ่านเข้าวัน 2
  • การเข้ารอบ Final Table ที่ถ่ายทอดสด
  • การกระโดดเงินรางวัล (Pay Jump)

ทุกครั้งที่ผู้เล่นกลัว “จะพลาด” สิ่งที่อยากได้ มันคือ Bubble ทั้งหมด และตรงนี้แหละคือโอกาสให้เราปรับกลยุทธ์

 

กลยุทธ์ตามขนาดสแต็ก

1) Short Stack – ต้องการ “ห่วงยางช่วยชีวิต”

การเป็นสแต็กสั้นคือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด โดยเฉพาะบน Bubble คุณแทบไม่มีอำนาจกดดันใคร และทุกคนในห้องกำลังรอให้คุณตกรอบ

กฎสำคัญ: หา “สมดุลระหว่างความอดทนกับความไม่กลัว”
อย่าหวังแค่ “ติดเงิน” เพราะถ้าคิดแบบนั้น คุณจะชอร์ตลงเรื่อย ๆ และพอ Bubble แตก คุณจะมีชิปไม่พอวิ่งลึก

สองความผิดพลาดใหญ่ของ Short Stack บน Bubble:

  • พับทุกอย่าง—even KK หรือ AK บนปุ่ม เพื่อรอดเงินสด → ผิดมหันต์
  • เล่นแบบพาสซีฟเกินไป เช่น Limp KK กลัวเจอ A บนฟลอป → เปิดช่องให้ถูกบลัฟฟ์หรือเชิญชวนคนเล่นแฮนด์เสี่ยง

จำไว้ว่า: ถ้ามีโอกาสดีที่จะ Double Up ต้องกล้าเข้า! แต่ก็อย่าฝืนดันออลอินมั่ว ๆ เพียงเพราะกลัวตายก่อนเงิน

2) Medium Stack – เลือกเส้นทางเองได้

สแต็กกลางอยู่ตรงกลางระหว่างความเสี่ยงกับพลัง คุณสามารถเลือกจะเล่น “ดุดัน” หรือ “ระมัดระวัง” ได้ ขึ้นกับว่าคู่ต่อสู้รอบโต๊ะเป็นใคร

  • ถ้าโต๊ะเต็มไปด้วยคนที่กลัว Bubble → เปิดกว้างเลย กดดันเขาให้หนัก
  • ถ้าเจอโต๊ะโปรเกรียน ๆ ที่พร้อมยิงใส่ → ต้องระวังขึ้น เล่นเหมือน Counter Puncher มากกว่าผู้เริ่มโจมตี

ข้อควรระวัง:

  • อย่าเผยตัวว่า “กำลังกลัว Bubble” เช่น เอาแต่ถามว่าขาดอีกกี่คน หรือมองบอร์ดเคานต์ → คุณกำลังติดป้ายเป้าให้โปรเล่นงาน
  • จำไว้ว่า แค่มีสแต็กกลาง ไม่ได้การันตีว่า “ต้องติดเงิน” การคิดแบบนั้นทำให้เล่นพลาดง่าย

3) Big Stack – เจ้าแห่งโต๊ะ

สแต็กใหญ่คือกษัตริย์ของ Bubble คุณมีอาวุธครบ มีพลังข่มคู่ต่อสู้ และทุกคนที่เข้าแฮนด์กับคุณเสี่ยงตกรอบทันที

วิธีใช้ประโยชน์:

  • กดดัน Short Stack และ Tight Player → เปิดกว้างใส่บลายด์ของพวกเขาซ้ำ ๆ
  • หลายครั้งคุณสามารถ Raise ได้ด้วย “ไพ่สองใบอะไรก็ได้” โดยเฉพาะจาก Cutoff หรือ Button เมื่อเจอผู้เล่นที่ Tight เกินเหตุ

แต่ระวัง!

  • อย่าคิดว่าบลัฟได้ทุกตา → ผู้เล่นบางคนก็ได้ไพ่ใหญ่จริง ๆ
  • อย่าท้อถ้าเจอสะดุดตาแรกที่แพ้ → แชมป์จริง ๆ คือคนที่ยังบุกต่อหลังจากโดนสวน

ภาพรวมของ Bubble

Bubble คือ โอกาส ไม่ใช่ เส้นชัยเล็ก ๆ
ผู้เล่นที่กลัว Bubble จะเล่นผิดพลาด และนั่นคือสิ่งที่คนอ่านเกมได้ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์

สิ่งที่คุณควรทำคือ

  • รักษาสมดุลระหว่าง “ใจไม่กลัว” กับ “อดทนรอจังหวะ”
  • ประเมินคู่ต่อสู้แต่ละคนว่าเล่น Bubble อย่างไร
  • ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะ ไม่ใช่เลือกสปีดเดียวแล้วเล่นทั้งโต๊ะ

Bubble ไม่ใช่ด่านให้ “เอาตัวรอดเฉย ๆ” แต่คือด่านให้คุณ สร้างโอกาสชนะทั้งทัวร์นาเมนต์

Share to