ตัดสินใจอย่างเฉียบคมใน Multiway Pot

ตัดสินใจอย่างเฉียบคมในสถานการณ์ Multiway Pot

สถานการณ์ในการเล่นโป๊กเกอร์ที่สร้างปัญหาให้กับผู้เล่นมากที่สุด นั่นคือสถานการณ์ในการเล่นที่มีผู้เล่นมากกว่า 1 คน เข้ามาเล่น Post-Flop หรือที่เรียกกันว่า Multiway-Pot (มัลติ เวย์ พอท) เนื่องจากเทคนิคในการเล่นที่คุณได้ศึกษามาล้วนเป็นการใช้สำหรับการเล่น ระหว่างผู้เล่นเพียงตัวต่อตัว หรือ ที่เรียกว่า Single-Raise Pot (ซิงเกิล เรส พอท) แม้แต่โปรแกรม Solver ที่ช่วยในการคำนวณหาแผนการเล่นที่ดีที่สุดก็ยังไม่สามารถหาแผนการเล่นสำหรับการเล่นที่มากกว่า 1 คนได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากตัวแปรที่มากขึ้นอย่างทวีคูณ ทำให้ต้องใช้เวลาและประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ในระดับสูง

ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้ที่จะลดความซับซ้อนในการตัดสินใจ ในสถานการณ์ที่มีผู้เล่นมากกว่า 1 คน หรือ Multiway Pots ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

Multiway Pot คืออะไร?
ในการแข่งขันโป๊กเกอร์ MTT คุณอยู่ที่ตำแหน่ง Hi-Jack ได้รับแจกไพ่ AQo ผู้เล่นก่อนหน้าคุณหมอบหมด จนมาถึงคุณ คุณจึงเลือกที่จะ Open-Raise 2.5bb ผู้เล่นที่ตำแหน่ง BTN ตัดสินใจ Call และ ผู้เล่นที่ตำแหน่ง Big-Blind ก็เลือกที่จะ Call  ทั้งสามคนเข้าไปเล่นต่อที่ Flop ลักษณะนี้เราเรียกว่า Multiway Pot  หรือ 3-Way Pot (หากมี 4 คน ก็เรียกว่า 4-Way ,5-Way ต่อไปเรื่อยๆ)

 

ลดความซับซ้อน – ทำให้ง่ายขึ้น  

เราได้เรียนรู้มาแล้วว่า ยิ่งมีผู้เล่นมากขึ้นเท่าใดโอกาสที่จะชนะของเราก็จะยิ่งลดลงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำในสถานการณ์นี้คือทำให้มันง่ายขึ้น ลดแผนการเล่นที่หวือหวา ซับซ้อน ด้วยการปรับแนวคิด และ กลยุทธ์สำหรับการเล่น ในแบบ Multiway โดยแบ่งสถานการณ์ออกเป็น 2 สถานการณ์ คือ
1. สถานการณ์ที่เราเป็นฝ่าย Raise ในการเล่น Pre-Flop และ ผู้เล่นอื่น Call (Pre-Flop Raiser)
2. สถานการณ์ที่เราเป็นฝ่าย Call ในการเล่น Pre-flop

 

  1. สถานการณ์ที่เราเป็น Pre-flop Raiser
    ในสถานการณ์ที่เราเป็นฝ่าย Raise และ ผู้เล่นอื่น เป็นฝ่าย Call เข้ามาเล่น แนวคิดหลักในการใช้กลยุทธ์ใดๆ ที่จะนำมาใช้ เราจะพิจารณาจากโอกาสที่คู่ต่อสู้ จะพยายามเอาชนะบนบอร์ดนั้นหรือไม่ ? ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัย 2 ประการ ได้แก่

 

 

  • ตำแหน่งในการเล่นของเรา (Position)

เมื่อคุณต้องตัดสินใจเล่นก่อน (OOP) เมื่อไพ่ที่ Flop เปิด คุณสามารถใช้ตำแหน่งในการเล่นที่เสียเปรียบ ให้กลับมาเป็นประโยชน์ได้ ด้วยการ Check ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นที่เหลืออยู่คนใดคนหนึ่งจะพยายาม Bet เพื่อเอาชนะ บนบอร์ดนั้น (เนื่องจากเขาเห็นว่าคุณและผู้เล่นก่อนหน้าเขาคนอื่นแสดงความอ่อนแอ) การที่คุณเลือก Check จากตำแหน่งที่เสียเปรียบ ทำให้คุณสามารถ เห็นแผนการเล่นของผู้เล่นอื่นก่อนว่าเขาเลือกกลยุทธ์ใด มาใช้เล่นเมื่อบอร์ดมีไพ่ที่เปิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ

  • ไพ่ที่เปิดขึ้นบนบอร์ด (Board Texture)

ไพ่ที่เปิดขึ้นบนบอร์ด หากเป็นบอร์ดที่ค่อนข้างเชื่อมโยงกัน (Wet or Dynamic Board) ก็จะมีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะมีไพ่ที่เชื่อมโยงกับบอร์ดนั้นๆมากกว่าบอร์ดที่ไม่มีความเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างเช่น บอร์ด J92  ที่เป็นบอร์ดที่ค่อนข้างเชื่อมโยงกัน ซึ่งทำให้มีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะพยายามเอาชนะบนบอร์ดนี้ได้มากกว่า บอร์ด A72 

 

จากปัจจัยทั้งสองประการ คุณจึงควรใช้แผนการเล่นด้วยการ Check ไพ่ทั้งหมดใน Range ของคุณ เนื่องจากเหตุผล 3 ประการ
1. คู่ต่อสู้ที่มีตำแหน่งที่ได้เปรียบ มักจะเดิมพันมากเกินไป (ทำให้เราอ่าน Range ของพวกเขาง่ายขึ้น)
2. ข้อมูลจากการตัดสินใจของผู้เล่นที่อยู่หลังจากเราทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Check-Raise,Check-Call,Check-Fold และ ยังมีขนาดของ Bet-Size ที่คู่ต่อสู้ใช้ ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ยอดเยี่ยม
3. ฝ่ายตรงข้ามมักจะไม่ Check เพื่อปกป้อง Range ของตนเอง (มักจะไม่ Check ไพ่ที่แข็งแกร่งใน Range) เปิดโอกาสให้เรา Check-Raise ได้มากขึ้น

 

หากพิจารณาจากโอกาสที่คู่ต่อสู้จะพยายามเอาชนะบนบอร์ดนั้นแล้วคาดว่า มีโอกาสต่ำที่คู่ต่อสู้จะเดิมพัน เช่น บอร์ดไม่มีไพ่ที่เชื่อมโยงกัน คุณควรเลือก C-Bet เฉพาะไพ่ที่แข็งแกร่ง ใน 3 กลุ่มดังนี้

  1. ไพ่ที่แข็งแกร่ง (Value Hand) ยกตัวอย่างเช่น Set (22,99,JJ) 2-Pair (J9) ,Top-Pair Good-Kicker (AJ,KJ)
  2. ไพ่ที่มีลุ้นติดไพ่ที่แข็งแกร่ง (Draw Nut) ยกตัวอย่างเช่น  Nut-Flush-Draw (A4) Straight-Draw (KQ)
  3. Blocker ที่มี Nut  ยกตัวอย่างเช่น  A2 (บล็อค Nut-Flush และ Set 2)


ยิ่งมีผู้เล่นมากเท่าใด คุณควร ลดการ C-Bet ลง เช่น หากมีผู้เล่น 3 คน คุณอาจ Bet ไพ่ Top-Pair ได้ แต่หากมีผู้เล่น 5 คน คุณควรเลือก Bet เฉพาะไพ่ที่แข็งแกร่งเท่านั้นเช่น Top-Pair Top-Kicker หรือ 2-Pair ขึ้นไป

 

  1. สถานการณ์ที่เราเป็น Pre-flop Caller

แน่นอนสถานการณ์นี้ มีข้อสงสัยเพียงอย่างเดียวนั่นคือ การเล่นอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ (OOP) คือต้องตัดสินใจเล่นก่อน ว่า เราควร ตัดสินใจเล่นอย่างไร ?

คำตอบก็คือ
โดยส่วนใหญ่ คุณควร Check แม้ว่าคุณจะติดอะไรบางอย่าง ที่แข็งแกร่ง อย่างเช่น Top-Pair หรือ คุณอาจมีลุ้น (อย่างเช่น Nut Flush-Draw A4) และคิดว่าจะ Donk ออกไปเพื่อจะกดดันให้คู่ต่อสู้หมอบ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ที่คุณควรทำหากคุณต้องการกดดันให้คู่ต่อสู้หมอบ ในกรณีนี้คือ Check-Raise ต่างหาก

คุณสามารถ Donk-Bet ออกไปได้ใน Multiway Pot ในกรณีที่คุณมีไพ่ที่แข็งแกร่ง เช่น Set ,2 Pair และ

  • มีผู้เล่นเป้าหมาย (Fish) 1-2 คน เล่นต่อจากคุณ และอยู่ระหว่างคุณกับผู้เล่นที่เป็นฝ่าย Raise Pre-Flop เนื่องจากหากคุณ Check เป้าหมายของคุณมีโอกาสที่จะ Check สูงมาก และ Pre-flop Raiser จะ C-Bet ตามปกติคุณ ถึงตรงนี้คุณไม่สามารถ Call ได้แล้ว เพราะไพ่ที่แข็งแกร่งของคุณต้องการที่จะสร้าง Pot ให้มีขนาดใหญ่ เพื่อความคุ้มค่ามากกว่าที่จะพยายามทำให้เป้าหมายยังอยู่ใน Pot และมีผู้เล่นมากกว่า 2 คนใน Pot ต่อไป (ซึ่งลดโอกาสชนะของคุณลงไป) การที่คุณ Donk-Bet ทำให้เป้าหมาย (Fish) ที่ชอบ Call เลือกที่จะ Call ได้ง่าย โดยที่เราไม่สนใจว่า ผู้เล่นที่เป็น Pre-Flop Raiser จะ Re-Raise หรือหมอบ
  • ในกรณีมีผู้เล่นที่เป็นเป้าหมาย (Fish) 1-2 คน ตัดสินใจเป็นคนสุดท้าย คุณควร Check เนื่องจาก ผู้เล่นที่เป็น Pre-Flop Raiser จะ C-bet ผู้เล่นเป้าหมายก็จะ Call และ เราสามารถตัดสินใจ Check-Raise ได้ หรือหาก Pre-Flop Raiser Check ผู้เล่นเป้าหมายอาจจะถือโอกาส Bet ออกมาก็ได้ทำให้เราสามารถเอาชนะได้จากการเล่นนี้


และทั้งหมดนี้คือสถานการณ์ในการเล่นที่ช่วยลดความซับซ้อนในการเล่น Multiway Pot ที่เราหวังว่าจะช่วยให้คุณสามารถนำวิธีเล่นโป๊กเกอร์นี้ไปเล่นเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างมั่นใจขึ้น!

Share to