เล่น Short Stack บน Stone Bubble อย่างมือโปร

เล่น Short Stack บน “Stone Bubble” อย่างมือโปร

เข้าใจ ICM และกลยุทธ์เอาตัวรอดในจุดชี้เป็นชี้ตาย

ในทัวร์นาเมนต์โป๊กเกอร์ ไม่มีจุดไหนที่กดดันเท่ากับ “Stone Bubble” — เหลือ 126 คน แต่มี 125 คนได้เงินรางวัล ใครหลุดคือคนเดียวที่ต้องกลับบ้านมือเปล่า

ไม่ว่าจะเป็น Short Stack ที่กำลังเสี่ยง All-in หรือ Big Stack ที่อาจโดน Coolered จนเสียโอกาสสร้าง Mega Stack… การ Bust ก่อน In The Money (ITM) คือความรู้สึกที่ไม่มีใครอยากเจอ

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจการปรับกลยุทธ์ Short Stack บน Bubble โดยใช้ซิมูเลชันจาก HRC (Holdem Resources Calculator) และแนวคิด ICM (Independent Chip Model) เพื่อให้คุณตัดสินใจอย่างแม่นยำในจุดที่ผู้เล่นส่วนใหญ่พลาดกันบ่อยที่สุด

 

ทำไม Bubble ถึงเล่นยากที่สุด ใน ICM ทุกชิปไม่ได้มีมูลค่าเท่ากัน ชิปแรกๆ มีค่ามาก เพราะช่วยให้คุณอยู่รอด แต่ชิปที่ได้เพิ่มในสถานการณ์ Bubble มี มูลค่าลดลง เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะ Bust

 

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณติด ITM ด้วย 1BB คุณก็ได้เงินรางวัล เท่ากับ คนที่มี 25BB เช่นกัน ดังนั้น Short Stack จึงต้องเล่น Tight กว่าปกติ แม้บางมือดูเล่นได้ตาม ChipEV แต่ในแง่ $EV กลับขาดทุน

 

HRC Scenario #1: Short Stack อยู่ใน Cutoff (11BB)

โครงสร้างโต๊ะ:

Average Stack: 28BB

1 คนจาก ITM

Chip Leader อยู่ Under The Gun (UTG)

Short Stack 11BB อยู่ใน Cutoff (CO)

ในสถานการณ์นี้ HRC แนะนำว่า Short Stack เปิดมือเพียง 16.1% เท่านั้น ซึ่ง แคบมาก แม้จะอยู่ในตำแหน่ง Late Position

 

สิ่งที่น่าตกใจ:

55, Broadways Offsuit และ K9s → Open-Fold

การเลือก Range ที่ Tight มาจาก Risk Premium สูงถึง 12.9%

แม้แต่ผู้เล่น Middle Position และ Big Blind ที่มี Stack ใกล้เคียงก็ต้องปรับตัว Tight เพราะพวกเขาเสี่ยง Bust หากปะทะกับ Big Stack

 

Key Insight:

ยิ่ง Stack เล็ก → Risk Premium ยิ่งสูง → เล่นมือแคบลง

แต่ถ้าสู้กับ Shorter Stack → Risk Premium ลดลง → สามารถ Call หรือ 3-Bet ได้กว้างขึ้น

 

HRC Scenario #2: Short Stack อยู่ใน UTG (11BB)

โครงสร้างโต๊ะ:

Average Stack: 28BB

Short Stack 11BB อยู่ใน UTG

Chip Leader อยู่บน Button

เมื่อ Short Stack อยู่ตำแหน่ง Early Position การเล่น Tight ยิ่งกว่าที่คิด:

VPIP เหลือเพียง 8.3%

99 Open-Fold เกินครึ่ง!

88 Fold ทันที แม้ใน ChipEV จะทำกำไร +1.18BB

 

ทำไมต้อง Tight ขนาดนี้?

เพราะใน ICM, 88 ทำกำไรเป็นชิปก็จริง แต่ถ้า Bust → เสีย $EV ทันที

ตัวอย่างเช่น ในทัวร์นาเมนต์ $215, การ shove 88 จาก UTG ขาดทุนถึง $4.47 แม้จะ +EV ในชิปก็ตาม

 

สรุปง่าย ๆ:

บางครั้ง “มือที่ทำกำไรในชิป” → กลายเป็น “มือที่ขาดทุนในเงินจริง” บน Bubble

การตอบสนองของโต๊ะต่อ Short Stack

กรณี Short Stack อยู่ใน CO (Late Position)

Short Stack Open-Shove 2/3 ของ Range → ทุกคนตอบสนอง Tight เพราะไม่อยากเสียชิปให้เขาฟรี ๆ

ทำให้ CO สามารถ Steal ได้บ่อยขึ้น

กรณี Short Stack อยู่ใน UTG (Early Position)

Range ของ Short Stack แคบมาก → โต๊ะตอบสนอง “ซื่อสัตย์”

มีเพียง Big Blind ที่ Defend กว้าง (41.9%)

Small Blind เป็นตำแหน่งเดียวที่ 3-Bet บ่อย (11.3%)

 

เมื่อคู่ต่อสู้เล่นผิดจาก Solver Solver คือทฤษฎี… แต่ในชีวิตจริง คนเล่น ไม่ได้ตาม Solver เสมอไป คุณต้องปรับตัวตามคู่ต่อสู้ เช่น

  1. Big Blind Defend กว้างกว่าปกติ

ถ้าพวกเขา Call กว้าง ทำให้เราเจอฟลอปบ่อยขึ้น

ปรับโดย:

Shove มากกว่า Solver → ลด SPR และลดการเจอ Postflop Spot

Fold มากกว่า Solver → มือที่ $EV ต่ำอยู่แล้วจะขาดทุนมากขึ้นเมื่อเจอฟลอปบ่อย

  1. Opponent Overcall vs Open-Shove

ถ้าคู่ต่อสู้ Call กว้างเกิน → $EV ของ Shove หลายมือจะตก

ตัวอย่าง: CO ปกติควร Shove 66 หรือ JTs แต่ถ้าเจอคน Call ด้วย A3o, KTo บ่อย ๆ → การ Shove กลายเป็นการ Burn Stack

ปรับโดยเลือกมือที่ Block Calling Range เช่น Axs และหมอบมือที่ไม่ได้ Block

 

สรุปแนวคิดสำคัญ

  • Bubble คือเกมของ $EV ไม่ใช่ ChipEV มือที่ +EV ในชิป อาจเป็น -EV ในเงินจริง Short Stack ต้องเล่น Tight กว่าที่คิด
  • CO ใช้ Range แค่ ~16%
  • UTG เหลือ ~8% เท่านั้น
  • Risk Premium คือกุญแจสำคัญ
  • Stack เล็ก = เสี่ยงมาก = Range แคบ
  • ปรับตัวตามคู่ต่อสู้จริง
  • ถ้า Call กว้าง → เลือก Shove มือที่ Block Calling Range
  • ถ้า Defend น้อย → Steal บ่อยขึ้นได้

 

บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจ การเล่น Short Stack บน Bubble ในมุมมองของ ICM อย่างลึกซึ้ง และจะช่วยลดความผิดพลาดในจุดที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ทำพลาด

Share to