คุณเช็กกลับฟล็อปอย่างชาญฉลาด มีวินัย และแข็งแกร่งในแบบของผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดี
แต่แล้ว… คู่แข่งก็เอื้อมมือไปหยิบชิป เขากำลัง Probe ที่ Turn!!!
“โคตรซวย… Turn probe ทำไมต้องเป็นตอนนี้” ตั้งสติไว้ก่อน
บทความวันนี้จะพาคุณเรียนรู้ วิธีป้องกัน Turn Probe ในทัวร์นาเมนต์ให้ได้ในระดับแชมเปี้ยนไปกันเลย
อย่าเล่นฟล็อปพลาด การจะเล่นฟล็อปให้ถูก ต้องมีพื้นฐานพรีฟล็อปที่แข็งแรง และการจะเล่นเทิร์นให้ถูก ต้องใช้ ทั้งพรีฟล็อป + ฟล็อป
ถ้าคุณเล่นฟล็อปได้ดี จะช่วยป้องกันไม่ให้โดน “ลงโทษหนัก” ตอนเจอ Turn Probe
สมมติสถานการณ์แสตค 50bb คุณเปิด J5s จากปุ่ม (Button) Big Blind ป้องกัน และเช็กมาที่คุณบนฟล็อป 6♠ 6♥ 5♦ คุณคิดว่าอยากปกป้องคู่ 5 และเอา Value จาก A-high หรือ Straight Draw เลย C-bet เล็ก ๆ 30% pot คู่แข่งหมอบ ไม่มีอะไรเสียหาย ใช่ไหม? ดูเหมือนเล่นดี แต่จริง ๆ แล้ว… ยังไม่จบแค่นั้น
จาก Solver บนบอร์ด 665r ที่ 50bb ไพ่ 5x ของ Button จำนวนมากควรถูกเช็กกลับฟล็อปบ่อย ๆ เพราะเป็นไพ่แบบ “mix” การเบตไม่ได้เสีย EV ทันที — แต่ปัญหาจะเกิดในสตรีทถัดไป
ปัญหาของการ C-bet 5x ทุกครั้ง ลองดูกรณีนี้ คุณมี AQo ซึ่งเป็นมือที่ปกติจะเช็ก ฟล็อป: เช็ก–เช็ก เทิร์นเปิด 4♦ บอร์ดกลายเป็น 6♠ 6♥ 5♦ 4♦
บนการ์ดใบนี้ Solver ให้ Big Blind Probe 75% pot ถึง 43% ของเวลา
คำถามคือ คุณจะรับมือยังไง? ผลจาก Solver แสดงการป้องกันของ Button ต่อเบต 75% pot มาดู 5x ในเรนจ์ของคุณ ถ้าคุณ C-bet 5x ทั้งหมดตั้งแต่ฟล็อป อะไรจะเกิดขึ้น?
คุณทำให้ตัวเอง ไม่มีไพ่เหลือพอจะป้องกันเทิร์น เปิดช่องให้โดน Exploit และตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายมาก
สรุปสั้น ๆ ถ้าเช็กแบ็คฟล็อปไม่สมดุล คุณจะลำบากเมื่อโดน Turn Probe การป้องกันแบบ “แพง” กับ “ถูก” วิธีที่คุณป้องกัน Turn Probe ขึ้นอยู่กับ ขนาดเบตของคู่แข่งอย่างมาก
ขนาดเบตส่งผลทั้ง ความถี่ในการป้องกัน (frequency) รูปแบบการป้องกัน (morphology) ในตัวอย่างนี้ Big Blind ใช้ 75% pot เป็นหลัก แต่ก็มี 30% pot อยู่บ้าง (ประมาณ 3%)
คำถามคือ ถ้าเขาเลือกเบตเล็ก คุณควรทำยังไง? เมื่อเจอ Probe 30% pot คุณหมอบ น้อยลงมาก (14% เทียบกับ 36%) มือที่เคยเป็นแค่ call บางส่วน กลายเป็น call เกือบทั้งหมด มือหลายใบเริ่มมี EV บวก
ประเด็นนี้สำคัญมาก คุณต้องระวังไม่ จ่ายแพงเกินไป แต่ก็ต้องไม่ ป้องกันน้อยเกินไป ตอนที่ได้ราคาดี การอ่านขนาดเบต การสร้างเรนจ์รับมือของคุณต้องสัมพันธ์กับเรนจ์ของคู่แข่ง
ข้อดีของการที่คู่แข่งใช้ Split Sizing คือเขา “ส่งสัญญาณ” ให้คุณโดยไม่รู้ตัว ขนาดเบตที่ต่างกัน = ความหมายของไพ่ที่ต่างกัน รับมือกับ Turn Probe ขนาดใหญ่ เมื่อคู่แข่งเลือกเบตใหญ่เรนจ์ของเขาจะ Polarized
บนบอร์ด 6654 Value: Trips, Straight, Full House Bluff: Draw ที่มี Equity (7x, Flush Draw) หรือ Barrel ต่อ ดังนั้นเรนจ์ของคุณต้อง ทนแรงกดดันได้
ไพ่แบบ Static อย่าง AQo ชนะ Bluff แต่ ไม่มีทางพัฒนา สู้ Value ได้ Solver จึงเลือก Call ด้วย 7x และ Flush Draw แทนเพราะยังมีโอกาสดูด
ตัวอย่าง J♣7♣ (Jack-high แต่ลุ้น Straight ใหญ่) = +0.85bb AQo = 0 ถึง +0.03bb
ส่วนไพ่ที่ติดแล้ว (5x, QQ–AA) ช่วยถ่วงเรนจ์คุณให้ไม่โดน Bluff ง่าย และอย่าลืมว่าคุณควรมี Full House อยู่ด้วย รับมือกับ Turn Probe ขนาดเล็ก เมื่อคู่แข่งเบตเล็กคุณได้ราคา → ต้องป้องกันด้วยเรนจ์กว้าง เพราะเรนจ์เขา ไม่ Polarized คุณไม่จำเป็นต้องมีไพ่ที่ “ทนแรงกดดัน” มากนัก
แต่มีจุดสำคัญอีกข้อ การที่คุณ ไม่ C-bet ฟล็อปทำให้เรนจ์บนของคุณหายไป เปิดไฟเขียวให้ Big Blind Probe ด้วยเรนจ์ที่กว้างขึ้น เมื่อ BB Probe ด้วย Bottom Pair,Straight Draw,Overcard Button สามารถ Raise เพื่อ Value ได้มากขึ้น ประมาณ 20%
ไพ่แบบ Q5s ,85s เริ่มทำ EV จากเรนจ์อ่อนของ BB ได้แต่แอคชันหลักยังคงเป็น Call (66%) คุณหมอบแค่ Qx / Jx ที่แย่ที่สุด และป้องกันมากกว่า MDF
ปรับใช้กับผู้เล่นจริง: Nit vs Maniac ในชีวิตจริงคู่แข่งแทบไม่มีใครบาลานซ์เรนจ์ได้เป๊ะเจอ Nit มัก ไม่ Defend Preflop กว้างขนาดใน Solver ไม่กล้าเบต Turn ด้วยไพ่ Showdown ได้
ถ้า Nit เบต 75% pot ระวังมาก Call ด้วย AQo = เผาเงิน เจอ Maniac อาจเบตแทบทุกอย่างดัน Bluff เกินจริง
ในกรณีนี้ AQo กลับมาดูดีทันที สุดท้ายแล้ว Play the player สรุปสั้น ๆ (TL;DR) การรับมือ Turn Probe ที่ดี ต้องเริ่มจาก Preflop + Flop ที่แข็งแรง ความผิดพลาดที่พบบ่อย:Call เบตใหญ่ด้วยไพ่ Static อย่าง A-high Overfold ตอนเจอเบตเล็ก
สูตรลัดจำง่าย เจอเบตใหญ่ → ป้องกันด้วย Made Hand และ Draw แข็งแรง เจอเบตเล็ก → ป้องกันตาม MDF หรือมากกว่า (คุณอยู่ IP) ปรับเชิง Exploit: ถ้าเรนจ์เขา Value หนา → หมอบมากขึ้น ถ้า Bluff หนา → Call / Raise มากขึ้น
ถ้าคุณเล่นได้แบบนี้คุณจะเป็นผู้เล่นที่ “เล่นยากมาก”และ Winrate จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ขอให้ RUN GOOD ในสนามนะครับ











